มี 4 เรื่องยังไม่ถึงฝัน! ส่องภารกิจกูเกิล มุ่งมั่นเพื่อคนไทย

ส่องภารกิจ Google ประเทศไทย เพื่อให้บริการคนไทย กับ 4 เรื่องหลักที่ต้องการมุ่งเน้นให้สัมฤทธิผลในปีนี้…

เป็นองค์กรที่มีชื่อติดหูคนไทยอยู่แล้ว…สำหรับ “กูเกิล” (Google) ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาบริการรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองการใช้งานของคนไทยอย่างต่อเนื่อง แต่คุณอยากรู้หรือไม่ อะไรคือสิ่งที่กูเกิล ประเทศไทย มุ่งมั่นจะดำเนินการและสานต่อให้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ เราบอกใบ้ให้นิดๆ ว่ามีทั้งหมด 4 ด้าน ถ้าพร้อมแล้ว ไปค่ะ รู้ไปพร้อมกัน!

“กูเกิลมีสำนักงานอยู่ใน 150 เมือง ภายใน 60 ประเทศทั่วโลก มีพนักงาน 70,000 คนทั่วโลก ส่วนพนักงานของกูเกิล ประเทศไทย ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 30 คน จากจุดเริ่มต้นเพียง 3 คน” นายเบน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย เริ่มต้นเล่าย้อนอดีตของกูเกิลไทย และยังบอกอีกว่า…
บน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ Google ประเทศไทย

“ในปีนี้เราตั้งเป้าหมายโดยเน้นที่ 4 เรื่อง เพื่อพัฒนาบริการแก่ชาวไทย คือ 1.สนับสนุนด้านการศึกษาผ่าน Google Ignite สำหรับเตรียมพร้อมนักศึกษาเข้าสู่สายงานดิจิทัล 2.สนับสนุนเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ด้วยโครงการ Launchpad Accelerator เพื่ออบรม แลกเปลี่ยนความเห็นและสนับสนุนสตาร์ทอัพ 3.สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป กับบริการแปลภาษาเป็นประโยคภาษาไทยครั้งแรกกับ Google Translate ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันดีที่กูเกิลให้ความสำคัญกับภาษาไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และ 4.สนับสนุนกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ของยูทูบ ให้สามารถใช้พื้นที่ซึ่งบริษัทได้ขยายเพิ่มเติมอยู่ที่ชั้น 16 ของอาคารปาร์ค เวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์”

กูเกิล…ก็คือสตาร์ทอัพ!

เมื่อ 18 ปีก่อน กูเกิลก็ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพเป็นหน้าใหม่ในธุรกิจไอที แต่เมื่อมาถึงวันนี้ กูเกิลก็ลืมจุดเริ่มต้นของตนเองและพยายามเป็นตัวอย่างในการสนับสนุนและผลักดันสตาร์ทอัพ เพื่อให้พวกเขาสามารถแก้ไขปัญหาที่มีอยู่บนโลกดิจิทัลและก้าวสู่ความสำเร็จเช่นกัน
บนมือถือต้องมีแอปจาก Google ติดตั้งอยู่ เผลอๆ มากกว่า 1 แอป

ไม่หยุดนิ่งพัฒนา

อย่างที่รู้ว่ากูเกิลมีบริการหลากหลายเพื่อรองรับการใช้งาน แต่การนำเสนอบริการหลากหลายรูปแบบยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องพัฒนาประสิทธิภาพอยู่เสมอด้วย เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

คอนเทนต์ เหมือนทอง

คอนเทนต์ในความหมายของกูเกิล หมายถึง บริการยูทูบและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์ ทำให้ประเทศไทยมีช่องบนยูทูบซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ถึง 51 ช่อง เป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังเติบโตมากเป็นเท่าตัวภายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีเพียง 10 ช่องรายการ ทำให้กูเกิลให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของเหล่าครีเอเตอร์ด้วย
คนไทยดู YouTube จนติดอันดับการรับชมสูงสุด 1 ใน 10 ของโลก

คนไทยใช้กูเกิลติดอันดับโลก!

ผู้ใช้งานชาวไทยให้การตอบรับและใช้งานบริการกูเกิลอย่างหลากหลาย จนทำให้ติดอันดับระดับโลกหลายบริการ อาทิ Gmail, YouTube ที่มียอดการรับชมสูงติด 1 ใน 10 ของโลก, แอป Google ซึ่งมีการค้นหาข้อมูลผ่านแอปดังกล่าวจนติดอันดับโลก, Google Maps ก็มีการใช้งานในระดับสูง, Google Play ก็มีแอปจากนักพัฒนาชาวไทยเป็นจำนวนมาก.

“หญิงลี”โล่งแม่หายป่วย แต่ตัวเองเป็นขาอ่อนแรง

หลังจากที่คุณแม่ของนักร้องสาวลูกทุ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนบริเวณหน้ารีสอร์ทที่ตนกำลังจะสร้าง จนได้รับบาดเจ็บเลือดออกในสมองทั้งสองข้าง และรักษาตัวด้วยการผ่าตัดสมอง จากนั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ ส่วนตัวหญิงลีเอง ก็ประสบปัญหาหน้าบวมเนื่องจากตรวจพบอาการไทรอยด์ระยะเริ่มต้นแล้ว
ล่าสุด “หญิงลี” ก็ได้โพสต์ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก พร้อมอัพเดทอาการป่วยของคุณแม่ว่าตอนนี้คุณแม่หายป่วยเรียบร้อยแล้วหลังผ่าตัดเอาเลือดออกจากสมอง ส่วนตนตอนนี้ต้องประสบปัญหากล้ามเนื้อต้นขาหดหาย ไม่มีแรง ต้องพยายามกินอาหาร แม้จะทำให้หน้าหรือคอบวมขึ้นก็ตาม

“ได้มาหาแม่พ่อที่บ้านเรา แม่ติ๋งดีขึ้น100%ทุกอย่างหลังจากผ่าตัดเอาเลือดออกจากสมองค่ะ กลับกันกับหญิงลีที่กำลังป่วยอยู่ หญิงไม่อายกับรูปร่างที่ขี้เหร่ไม่เหมือนเดิมเพราะเราอยู่กับความจริงทุกวัน สิ่งที่ห่วงมากคือกล้ามเนื้อต้นขาหญิงหดหาย เร่งกินอาหารเพื่อให้กลับคืน ก็ยิ่งหน้าคอบวมขึ้นก็ชั่งมันขอให้มีแรงที่สะโพกและขาเถิดจ้า” ซึ่งเมื่อหญิงลีได้โพสต์ข้อความอัพเดทอาการ ก็มีชาวเน็ตและเหล่าแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก..

ได้มาหาแม่พ่อที่บ้านเรา แม่ติ๋งดีขึ้น100%ทุกอย่างหลังจากผ่าตัดเอาเลือดออกจากสมองค่ะ กลับกันกับหญิงลีที่กำลังป่วยอยู่ หญิงไม่อายกับรูปร่างที่ขี้เหร่ไม่เหมือนเดิมเพราะเราอยู่กับความจริงทุกวัน สิ่งที่ห่วงมากคือกล้ามเนื้อต้นขาหญิงหดหาย เร่งกินอาหารเพื่อให้กลับคืน ก็ยิ่งหน้าคอบวมขึ้นก็ชั่งมันขอให้มีแรงที่สโพกและขาเถิดจร้า

“ลำไย ไหทองคำ” เผยนาทีสุดช็อกกระบะพุ่งชนรถตู้ ก่อนโชว์สปิริตขึ้นเวทีเต้นต่อ

รถตู้ของ ลำไย ไหทองคำ นักร้องหมอลำซิ่งชื่อดัง เจ้าของเพลงฮิต “ผู้สาวขาเลาะ” ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะหลุดโค้งพุ่งชน ที่ บริเวณโค้งเขาเลื่อม อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ระหว่างที่นักร้องสาวและคณะกำลังเดินทางไปแสดงในงานทำบุญโต๊ะจีน ที่ ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นเหตุให้ ลำไย ไหทองคำ และ อาร์ม ชุติมา นักร้องสาวที่เดินทางไปด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและอยู่ในอาการช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สอบถามความคืบหน้าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น นายประจักษชัย นวรัตน์ เจ้าของค่ายไหทองคำ และเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องสาว กล่าวว่า วันนี้ตนมาพูดคุยกับประกัน เมื่อคืนเอารถไปที่โรงพัก ยอมความ ไม่ได้ติดใจเอาความ บริเวณที่เกิดเหตุมีอุบัติเหตุหลายครั้งมาก ออกจากเพชรบุรีเมื่อตอนบ่ายสองโมง ในวันที่ 18 เม.ย. ไปร้องเพลงงานบวชของเพื่อนกล้วย อาร์สยาม เสร็จแล้วเดินทางต่อไปงานทำบุญบ้าน จ.สระแก้ว ต.คลองไก่เถื่อน บ้านคลองไก่เถื่อน ห่างจากจุดที่เกิดเหตุ 5 กิโลเมตร ตอนเกิดเหตุเวลา 20.30 น. ตนเป็นคนขับรถเอง เป็นห่วงทุกคน ไม่กล้าให้คนอื่นมาขับ ตนก็ขับเองมาตลอด ตนทำงานขับรถมาก่อน รถตู้คันนี้เพิ่งออกป้ายแดงมาได้เดือนหนึ่ง ปกติตนจะขับสลับกับน้องอีกคนหนึ่ง พอดีน้องเขาพักช่วงหยุดสงกรานต์ ลากลับบ้าน เพราะทำงานโหมยาวมาตลอด ในรถมีน้องลำไย มีน้องอาร์ม ชุติมา แม่น้องลำไย แดนเซอร์อีกสองคน มีผู้ติดตามผู้ชายการ์ดอีกคนหนึ่ง โดยมีตนเป็นคนขับ ทั้งหมด 7 คน

“ตนขับชิดซ้ายตลอด เข้าโค้ง เขามาอยู่ฝั่งข้างบน เขาเอียงขวาสวนหลุดโค้งมาพุ่งใส่เลย เขาหักออกไม่ทัน กินเลนมากเกินไป ทางโค้งบ้านเขาเลื่อม มีเหตุเกิดบ่อยมากจุดนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ก็ 5 ศพ รถคู่กรณีเป็นรถกระบะขนแตง แต่ตอนวิ่งมาเป็นรถเปล่าเพราะวิ่งไปส่งแตงมาเสร็จแล้ว หน้ารถตนเป็นโครงเหล็ก ดีนะที่รถตนไม่พลิกคว่ำ แต่รถเขาลงไหล่ทาง ลงคลอง เศษแก้วเต็มหัว ตนโดนกระจกบาดหน้า เย็บไป 4 เข็ม ไปตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะไม่มีแอลกอฮอล์ ตนไม่ได้ดื่ม เขาก็คงไม่ได้ดื่มหรอก ตนขับไม่เร็ว เพราะลำไยกำลังเปลี่ยนกางเกง จะยืน เปิดไฟ แต่งหน้า แดนเซอร์แต่งตัว ไปถึงงานก็จะขึ้นโชว์เลย กำลังพูดเฮฮากันอยู่ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก มาแรงมาก”
ต่อข้อถามถึงคนอื่นๆ ในรถ ผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องสาวกล่าวว่า ลำไยและคนอื่นๆ ในรถปลอดภัยทุกคน ลำไยหัวคะมำเคล็ดขัดยอกตามตัว ฟกช้ำดำเขียว มีตนคนเดียวที่มีแผล นอกนั้นก็ไปต่อได้ เหมารถจากหมู่บ้านไปส่งที่งาน คนรอเป็นพันคน ร้อยกว่าโต๊ะ โต๊ะจีนรอเจอลำไย พอทราบข่าวว่าน้องประสบอุบัติเหตุทุกคนก็เป็นห่วงและชมว่าน้องมีสปิริต ยังเต้นได้เหมือนเดิม

ส่วนเรื่องคดีความ ผู้จัดการคนเดิมเผยว่า คดีความไม่ได้เอาความ ไปโรงพักลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว คนขับอายุ 50 สงสารลูกเมียเขา ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด ตอนแรกเขายืนยันว่าเขาถูกอยู่ในเลนเขาตลอด แต่มาจำนนต่อหลักฐานตำรวจเขียนแผน ตนเบรกเข้าซ้ายตลอด รถเขาต่างหากที่หลุดโค้งพุ่งมาชน ปะทะกันแล้วรถเขาแฉลบลงคลอง คู่กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย มันเป็นอุบัติเหตุ ส่วนรถตนส่งไปซ่อมที่กรุงเทพฯ นี่นับเป็นครั้งแรกที่ประสบอุบัติเหตุ เดินสายเดินทางมันเสี่ยงอยู่แล้ว ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ก็ต้องระมัดระวัง สภาพจิตใจโอเคขึ้น แค่ทุกคนรอดปลอดภัยก็โชคดีแล้ว ตนเพิ่งไปทำบุญมาเมื่อวันก่อน จ.อ่างทอง เช่าบูชาพระ สมเด็จโต พรหมรังษี ก็คิดว่าท่านคงปกป้องเรา

ด้าน ลำไย กล่าวว่า “สภาพจิตใจตอนนี้โอเคแล้วค่ะ ตอนเกิดเหตุรู้สึกตกใจมาก กำลังแต่งตัวอยู่ เปิดไฟในรถก็แต่งตัวกัน พอรถมาชนตอนแรกก็อึ้ง ลำไยกับอาร์มตกใจมาก ร้องไห้กัน มันตั้งสติไม่ค่อยได้ในตอนนั้น แต่ก็ต้องรีบไปงาน ไปแสดงต่อ พอชนแล้ว ยืนงงสักพักหนึ่ง อาจารย์ก็ให้รถไปส่งที่งานก่อน เพราะอีก 5 กิโลฯจะถึงงานแล้ว เราช็อก ร้องไห้ ปรับตัวประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วขึ้นโชว์ ไปทันเวลา เจ้าภาพก็มาผูกแขนเรียกขวัญให้ ตอนนี้ยังไม่ได้ไปตรวจหาหมอเลย ร่างกายปกติ มีปวดคอแขนขา เพราะโดนกระแทกอย่างแรง ไม่ได้มีเลือดออก ไม่ได้เป็นอะไรมาก กำลังจะเดินทางไปนครสวรรค์ ไปทำบุญจะได้มีอะไรดีๆ เข้ามา เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าฟาดเคราะห์ไป แฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนก็เลยตกใจมาก เราเห็นว่ามันเป็นยังไง หลังจากนี้เราก็กลัวเวลาเข้าโค้ง อาร์มเคยเล่าให้ฟังว่ากลัวโค้ง หนูก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไมต้องขนาดนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วค่ะว่ามันน่ากลัว ชาวบ้านเล่าให้ฟัง พอเราไปถึงงานก็มีคนที่อยู่ในงานไม่แน่ใจว่าเขาเป็นอะไร มาเหมือนไล่อะไรสักอย่างให้ไปๆ เขาก็มาทำพิธีเรียกขวัญผูกข้อมือให้ ระมัดระวังมากขึ้น”

ตรวจความพร้อม “ไทย” ปะทะ “ซาอุดิอาระเบีย”

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 ทีทชาตื “ไทย” จะเปิดบ้านรับมือ ทีมชาติ “ซาอุดิอาระเบีย”
ความพร้อมของทีมเจ้าบ้าน “ไทย” ของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศตัดตัว นักเตะ 5 คน ออกจากทีมชุดนี้ได้แก่ จอร์นาตา แวร์ซูรา , นูรูล ศรียานเก็ม , ธนา ชนะบุตร ,รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ขณะที่อีก 23 ขุนพล ล้วนเป็นขุนพลเก่าของซิโก้แทบทั้งหมด โดยจะมีหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาแค่คนเดียวเท่านั้น คือ วัฒนา พลายนุ่ม

11 ตัวจริงที่คาดว่า “ซิโก้” จะใช้งานในเกมนี้ น่าจะใช้ระบบ 3-4-1-2 เหมือนเกมเสมอออสเตรเลีย โดยมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา เซนเตอร์ฮาล์ฟ 3 คน ฝั่งซ้ายใช้ กรวิทย์ นามวิเศษ ขวาเป็น อดิศร พรหมรักษ์ ตรงกลางใช้ ประทุม ชูทอง
วิงแบ็กซ้ายให้ ธีราทร บุญมาทัน สวมปลอกแขนกัปตันทีม ฝั่งขวามี ทริสตอง โด โดยมี ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ วัฒนา พลายนุ่ม เป็นคู่มิดฟิลด์ตัวรับ ปล่อยให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำเกม โดยมี อดิศักดิ์ ไกรษร กับ ธีรศิลป์ แดงดา

ด้านฝั่งทีมเยือน “ซาอุดิอาระเบีย” ของเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวดัชต์ ตอนนี้เป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี พวกเขา ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 10 แต้มเท่ากับญี่ปุ่น แต่ได้เปรียบที่ลูกได้เสียที่ดีกว่า 1 ลูก ดังนั้นเกมจึงมาเพื่อเก็บสามแต้มให้ได้ และต้องเอาชนะให้ได้หลายๆลูกด้วย ถ้าอยากจะได้เปรียบเรื่องลูกได้เสีย

โดยเกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน 3 นักเตะตัวหลักอย่าง โอซามะห์ เฮาซาวี, ฮัสซัน มุอ๊าต ที่ติดโทษแบน และ ฟาฮัด อัล มูวาลัต ที่ยังไม่เต็มร้อยร้อย อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ หัวหอกตัวหลัก โมฮัมเหม็ด อัล ชาลาวี่ วัย 30 ปีจากสโมสร อัล นาสเซอร์ ผู้มีสถิติทำไป 26 ประตู จาก 28 นัดในนามทีมชาติ จะมีชื่อกลับมาล่าตาข่ายให้ทีมได้ในแมตช์นี้ หลังจากเกมที่ริยาด ไม่มีชื่อของเขาเจอกับไทย รวมไปถึงแกนหลักรายอื่นที่น่าสนใจ ไทซา อัล จัสซิม กองกลางวัย 32 ปีที่เล่นให้ทีมชาติไปแล้ว 114 นัด หรือ ยาย่า อัล เชห์รี่ มิดฟิลด์ จากอัล นาสเซอร์

วินด์เซิร์ฟซีเกมส์ มีแผนไปซ้อมล่วงหน้าที่มาเลย์

ทีมวินด์เซิร์ฟไทยมีแผนไปซ้อมที่ลังกาวีล่วงหน้า ก่อนสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่มาเลเซีย แต่เจ้าภาพคงไม่ยอมเพราะไทยเป็นคู่แข่งสำคัญ ที่จะแย่ง 2 เหรียญทอง

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการ “อาร์เอส วัน เอเชี่ยน รีกัตต้า 2017” ระหว่างวันที่ 11-16 มกราคม 2561 ที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการแข่งขันราว 3 ล้านบาท ซึ่งการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะจะมีนักกีฬาจากทวีปเอเชียมาร่วมแข่งขันจำนวนมาก และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนถึงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2561 ซึ่งรุ่นอาร์เอสวันนั้น อินโดนีเซียได้บรรจุชิงเหรียญทอง เช่นเดียวกับรุ่นอาร์เอสเอ็กซ์ ที่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ด้วย

สำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 19-31 สิงหาคมนี้ นายพัฒนา กล่าวว่า เจ้าภาพยืนยันจัดชิงชัย 2 เหรียญทองในรุ่นอาร์เอสวัน ทั่วไปชายและหญิง ซึ่งจากการแข่งขันรายการทดสอบสนามที่เกาะลังกาวี สังเวียนที่จะใช้แข่งขันจริงพบว่ามีสภาพลมเบามาก ถือว่าเข้าทางนักกีฬามาเลเซียที่ตัวเล็กและได้ลงฝึกซ้อมตลอดเวลา ส่วนไทยได้ประสานไปยังเจ้าภาพแล้วเพื่อขอส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมล่วงหน้าก่อน 1 เดือน โดยจะส่งไปเก็บตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่เจ้าภาพไม่น่าจะยอมเพราะไทยคือคู่แข่งสำคัญ

ประสานตร.ลบคลิปหญิงทะเลาะเด็กปั๊มด่วน

ผู้เสียหาย ทะเลาะเด็กปั๊ม ย่านบางเขน เข้าแจ้งความอีกหลังมือดีปล่อยคลิปสร้างความเสียหาย ชี้ เหตุจบตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว
จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิป เจ้าของจยย.ฮอนด้า แอร์เบลด ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ รุ่นใหม่ เข้าไปเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมัน โดยเด็กปั้มไม่สามารถเปิดถังน้ำมันยี่ห้อรถดังกล่าวได้ ก่อนหญิงดังกล่าวจะลงจากรถ และพยายามจะเอาเรื่องกลุ่มเด็กปั้ม แสดงความไม่พอใจที่เด็กปั้มไม่สามารถเปิดถังน้ำมันได้ ก่อนโทรไปยังสถานีตำรวจ ระบุว่าตนเองคือ “ผู้กองฝ้าย” ไปเจอกันที่ บางเขน และจะให้เด็กปั้มหลายคนเตรียมพร้อมไปให้ปากคำอีกด้วย คลิปดังกล่าวสร้างเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

ล่าสุด พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขนท้องที่เกิดเหตุเผยว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 21 มี.ค. บริเวณปั้มน้ำมันที่อยู่ตรงข้ามบิ๊กซีสะพานใหม่ แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพฯ หญิงสาวที่ปรากฏในคลิปมีอาชีพเป็นพนักงานเซลล์ขายรถบริษัทแห่งหนึ่งไม่ได้เป็นตำรวจ แต่ขณะนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวได้โทรแจ้งความกับ 191 ก่อนที่ 191 จะประสานให้เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวัน และไกล่เกลี่ยไปเรียบร้อยแล้ว

ด้าน น.ส.วรีวรรณ์ รัตนภักดี อายุ 38 ปี ซึ่งปรากฏในคลิปดังกล่าว เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตนได้เข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มดังกล่าว จากนั้นได้เดินลงมาจากรถและถามกับทางพนักงานว่าเปิดฝาน้ำมันไม่ได้ ทางพนักงานปั้ม ตอบว่าไม่ได้ และแสดงท่าทางด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพร้อมทั้งปัดมือตนออก ต่อมามีพนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับกลุ่มพนักงานว่า เมาหรือเปล่าพร้อมหัวเราะ ตนจึงโกรธมาก ตัดสินใจโทรปรึกษาเพื่อน ซึ่งชื่อผู้กองฝ้าย เพื่อนจึงบอกให้โทรแจ้งความกับ ตำรวจ ก่อนที่จะประสานไปยังสน.บางเขน ซึ่งเมื่อมาถึงสน.ก็ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและพนักงานปั้มก็ยอมรับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากระทำพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงได้ขอโทษตนเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.

ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าทำไมถึงมีคลิปปรากฏขึ้นตามที่เผยแพร่ทำให้ตนรู้สึกไม่ดี และคลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขี้นตั้งแต่แรก วันนี้จึงเดินทางเข้าแจ้งความอีกครั้ง เพื่อเอาผิดกับบุคคลที่เผยแพร่คลิปดังกล่าวเนื่องจากทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก

เบื้องต้นตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและประสานสื่อมวลชนให้ผู้เผยแพร่คลิป ลบคลิปดังกล่าวจากอินเทอร์เน็ตและห้ามส่งต่อคลิปดังกล่าว เนื่องจากสร้างความเสียหายแก่ น.ส.วรีวรรณ์

วอนช่วยอดีตมวยแชมป์โลก ตกเป็น “แพะ” คดีฆ่าคนตาย

“แหม่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า อดีตแชมป์มวยเยาวชนโลกคนแรกของไทยถูกจับแพะ นอนดี ๆ เขาหาว่าพี่ไปแทงคน วอนหาทนายอาสาช่วยพ้นผิดเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 5 ปีก่อนในงานสงกรานต์ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีการทะเลาะกันของกลุ่มวัยรุ่น และแทงกันตายเกิดขึ้น ผู้ตายชื่อเพ็ชร ภรรยาผู้ตายผู้อยู่ในเหตุการณ์ชื่อแนน ในเหตุการณ์นั้นผู้ลงมือก่อเหตุมีลักษณะผมยาว ใส่เสื้อสีขาว และน้องชายผมชื่อสิงห์คือผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องหา ทั้งๆที่ผมนอนอยู่กับน้องที่บ้าน หลักฐานพยานที่เห็นเหตุการณ์ก็ทราบว่าใครเป็นคนทำ (ผู้ลงมือคือนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง)แต่ไม่มีใครกล้าเข้าให้ปากคำในชั้นศาล และไม่มีวัตถุหลักฐานที่ปรากฏเป็นลายนิ้วมือของน้องชายผมเลย
เมื่อตำรวจดำเนินคดี และมีการชี้ตัว การชี้ตัวในใบสำนวนที่ระบุไว้เป็นการชี้ตัวโดยมีผู้ต้องสงสัยคือน้องชายผมคนเดียว ซึ่งตามปกติการชี้ตัวต้องมีผู้ต้องสงสัยหลายคนที่มีลักษณะคล้ายกัน และผู้ที่ชี้ตัวก็คือน้องสาวของผู้ตาย ซึ่งตามสำนวนก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ดังนั้นผมจึงเกิดความสงสัยว่าอะไรคือความถูกต้อง อะไรคือหลักฐานมัดตัวที่แท้จริง จากนั้นเวลาล่วงเลยหลังจากเกิดเหตุมาหลายปี น้องชายผมอีกคนนึงชื่อหลิวก็ได้ติดต่อกับ น.ส.แนน (ภรรยาผู้ตาย) และน.ส.แนนก็สนทนา และขอโทษว่า ไม่ใช่สิงห์เป็นคนฆ่า ขอโทษที่ทำให้สิงห์ต้องติดคุก ขณะนี้วันที่ 8 ต.ค. 57 น้องผมติดคุกเข้าเดือนที่ 6 แล้ว และในคำให้การในสำนวนก็ระบุถ้อยคำขอโทษนี้ไว้เช่นกันแต่…ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน

“เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ผม และครอบครัวยิ่งเจ็บมากขึ้น ตลอดระยะเวลาผมทำหน้าที่หาเงินตามประสามนุษย์เงินเดือน ได้มาเท่าไรก็นำไปสู้คดี ครอบครัวผมไม่ได้ร่ำรวย และน้องชายผมก็มีลูกเล็ก 2 คนเขาเคยเป็นแชมป์มวยโลก WBC 108 ปอนด์ ชื่อ “สาริกาเล็ก กระทิงแดงยิม” ปี 2548 ครอบครัวของเราคงไม่สามารถแจกจ่ายเงินกับใครได้ สุดท้ายขอขอบคุณในน้ำใจทุกท่านที่อ่านจบ ผมไม่ต้องการให้ทุกท่านเชื่อครับ อย่างไรแล้วติดต่อสอบถามผมได้ที่ เสือ 0982523921 ขอบคุณครับ

ผู้สื่อข่าว”เดลินิวส์ออนไลน์”ได้โทรศัพท์ไปสอบถามทางคนโพสต์ข้อความดังกล่าวชื่อว่า นายอรุณ แซ่หว่าง เป็นพี่ชายของนายหรัญ แซ่หว่าง หรือ “สาริกาเล็ก กระทิงแดงยิม”ที่ตกเป็นผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำมากว่า 2 ปีแล้ว เล่าว่า เรื่องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับน้องชาย ตนได้เคยเดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนดีเอสไอแต่ไม่ได้ผล ซึ่งตนไปกับน้องชาย และเพื่อน ๆ และภรรยาน้องชายไปด้วย ตอนแรกเขาก็ตอบรับดี แต่ช่วงหลังก็เงียบไป โดยทางดีเอสไอลงพื้นที่หนึ่งครั้งจากนั้นได้เงียบหายไป จากการสอบถามทางดีเอสไอทางเจ้าหน้าที่บอกว่าหลักฐานอ่อน ในส่วนของพยาน ซึ่งเรื่องนี้ทางคนทำเขาก็ทราบว่าน้องชายตนไม่ได้ไปในคืนวันที่เกิดเหตุ และทางตำรวจในพื้นที่ก็รู้ว่าน้องชายของตนไม่ได้ทำผิด แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

DSI แถลงค้น 16 จุด วัดพระธรรมกาย ไม่พบพระธัมมชโย

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงสรุปผลการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ

พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ได้ประชุมวางแผนดำเนินการตรวจค้น โดยวันนี้มีการกำหนดเป้าหมายในการเข้าตรวจค้นพื้นที่มูลนิธิธรรมกายโซน B และโซนซีรวม 16 จุด โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการประกอบกำลังทั้ง DSI ตำรวจ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการดำเนินการตรวจค้นตามจุดต่าง ๆ ซึ่งผลการตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดปกติและบุคคลตามหมายจับแต่อย่างใด

พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า ในส่วนของตำรวจนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ร่วมปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้นำสุนัขตำรวจมาร่วมปฏิบัติการตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย ด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังตำรวจที่ใช้ยังคงอยู่ที่ประมาณ 3,000 นาย ในการดูแลรักษาพื้นที่โดยรอบวัดธรรมกาย ซึ่งพบว่า ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ ไว้ได้ไม่มีมือที่สามเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติงานจึงปรับเปลี่ยนยุทธวิธีในการดูแลความเรียบร้อยให้ดูผ่อนคลายลง

หมอโพสต์แนะ “ดีเอสไอ” เฝ้าห้อง เครื่องออกซิเจนแรงดันสูง คาด “ธัมมชโย” ต้องใช้เครื่องนี้ประจำ

ฝากแชร์ส่งข้อความให้ดีเอสไอด้วยค่ะ เมื่อตรวจพบเครื่อง hyperbaric chamber ควรยึดทันที ถ้าขนออกมาตรวจสอบไม่ได้ก็ต้องมีการปิดห้องมีคนเฝ้าไว้ ห้ามคนเข้าออก ห้ามใช้เครื่องอีก เครื่งนี้ธัมมชโยน่าจะใช้เป็นประจำ ทำให้เปอร์เซนต์ความน่าจะเป็นไปได้ว่าธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดธรรมกาย มีสูงขึ้น…..

เครื่องนี้อันตรายตอนเข้า และตอนออกเพราะมันออกไม่ได้ทันทีต้องใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาทีถึงออกมาได้ถ้าเกิดหัวใจวายตายในนั้นเลย ตอนเข้าก็เหมือนขึ้นเครื่องบินหูอื้อ ต้องมีเจ้าหน้าที่คุมเครื่องตลอดตามไปสอบถามเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาลที่ทำให้ น่าจะได้เรื่องแน่นอนค่ะ

Chamber ถ้าเข้าแล้วต้องเข้าตลอด ถ้าเว้นไปขาจะดำเพิ่ม ไม่เจอตัวธัมมชโยก็น่าจะตาม Chamber ไปแหละ….เจอตัวแน่ค่ะ

เพิ่มเติมข้อเสนอแนะจากคุณ Channarong Daosuwan ค่ะ

ได้โปรดนำเคริ่อง HYPERBARIC CHAMBER…ที่ไม่มีผู้ใช้ ยึดมาให้แก่ โรงพยาบาลขนาดกลางในถิ่นทุรกันดาล….ที่ขาดแคลนเครื่องมือนี้ แต่มีผู้ป่วยต้องการมากมาย……เพื่ิอแสดงเมตตาธรรมต่อ คนไทยด้วยกัน บ้าง ไม่มาก ก็น้อย……โปรดอย่าทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์.เยี่ยงนี้ กราบวอนขอร้อง

เจอหลักฐานใหม่ ศาลออกหมายจับทายาทซัมซุง


ศาลในกรุงโซลอนุมัติหมายจับ อี แจ ยอง รองประธานซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสอบสวนกรณีถูกกล่าวหาว่าจ่ายสินบนเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ (1,400 ล้านบาท) ให้กับเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปักกึนฮเย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ตอบแทนทางธุรกิจ

อี แจ ยอง วัย 48 ปีถูกควบคุมตัวไว้อยู่แล้ว หลังจากเดินทางไปรอฟังคำตัดสินของศาลว่าจะอนุมัติหมายจับหรือไม่

อัยการระบุว่าทายาทรุ่นสามของซัมซุงวัย 48 ปี เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ในคดีทุจริตอื้อฉาวเขย่าวงการธุรกิจและการเมืองเกาหลีใต้ที่นำไปสู่การลงมติถอดถอนประธานาธิบดีเกาหลีใต้หญิง เขาถูกสอบปากคำหลายครั้ง แต่รอดจากการถูกออกหมายจับมาได้ครั้งแรกเมื่อเดือนก่อน หลังศาลตัดสินว่าหลักฐานไม่มากพอ แต่ในความพยายามขอออกหมายจับครั้งที่สอง อัยการได้หลักฐานเพิ่มเติม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นและเหตุผลสำหรับการจับกุม เนื่องจากมีข้อหาและหลักฐานใหม่ที่เพิ่มเข้ามา นอกจากข้อหาสินบนแล้ว อัยการยังแจ้งข้อหายักยอก เบิกความเท็จ และปกปิดธุรกรรมสินทรัพย์ในต่างประเทศ

อี แจ ยอง เป็นผู้บริหารกลุ่มธุรกิจใหญ่ของเกาหลีใต้รายแรกที่ถูกจับกุมในกรณีอื้อฉาวเขย่าประเทศ และอาจเป็นแรงกระเพื่อมไปถึงตัวประธานาธิบดีหญิง เนื่องจากสินบนจากซัมซุง ถือเป็นข้อหาสำคัญที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งกำลังไต่สวนก่อนลงมติตัดสินว่า เห็นชอบกับมติถอดถอดผู้นำหญิงของสภาหรือไม่