คลิปนาที!! พลุระเบิดกลางงาน 12 นักษัตรกระบี่ ตร.เอาผิดผู้ควบคุม

คลิปนาทีพลุดอกไม้ไฟระเบิดภายในงาน “ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร” ด้าน จนท. สั่งดำเนินคดีผู้ควบคุม เหตุกระทำการโดยประมาท

เจ้าหน้าที่สภ.เมืองกระบี่ ได้มีการแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เพื่อดำเนินคดีกับนายพงพันธ์ แก้วจอมแพง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.9 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ผู้ควบคุมดูแลพุ ในงาน “ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร” หลังเกิดเหตุระเบิดจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 23 ราย (อ่านข่าว : พลุดอกไม้ไฟพุ่งใส่คนดูกลางงาน “ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร” เจ็บ 21 ราย)
โดย นายพงพันธ์ ได้เผยหลังเข้าให้ปากคำถึงเหตุที่เกิดขึ้นกับพนักงานสอบสวน ว่า ในคืนเกิดเกตุได้นำพลุมาจุดทั้งหมด 80 ลูก ได้มีการวางรากฐานอย่างดี และมีการนำรถหกล้อมากั้นไว้ ขณะเกิดเหตุพลุไม่ได้ล้ม แต่คาดว่าพลุชุดใหญ่ที่นำมาเก็บไว้ก่อนใช้งานอาจจะเกิดความชื้นเมื่อนำมาจุดก็ทำให้กระบอกแตกและระเบิดก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปบนท้องพ้า เป็นเหตุสะเก็ดพลุกระจายไปโดยคนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ทั้งนี้ทำหน้าที่จุดพลุมานานกว่า 6 ปี แล้วไม่เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว หลังจากนี้จะต้องเพิ่มระมัดระวังให้มากขึ้น และพร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และจะไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บด้วย

ทหารลงพื้นที่ สำรวจกล้องวงจรปิดรอบท้องสนามหลวง เพื่อป้องกันเหตุ

วันนี้ เวลา 09 : 00 น. ทหารกองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง ลงพื้นที่สำรวจกล้องวงจรปิดโดยรอบท้องสนามหลวง หลัง เกิดเหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ซึ่งพันเอกจิรโรจน์ ธูปเทียนรัตน์ ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ ที่1 รอ. ได้รับมอบหมายจาก พลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้ดำเนินการสำรวจกล้องกล้องโทรทัศน์วงจรปิด บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง
โดยมี พันโทไตรศักดิ์ ทุมเพรช ผู้บังคับการกองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ และทหารอีกเกือบ 20 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง ลงพื้นที่สำรวจกล้องวงจรปิดโดยรอบท้องสนามหลวง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 109 ตัว

โดยเริ่มจาก บริเวณหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ถนนพระจันทร์ เรื่อยไปบริเวณด้านข้างของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปจนถึงรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง
ทั้งนี้ คุณภาพของกล้องวงจรปิดทั้งหมด 109 ตัวนั้น มีคุณภาพสูงคมชัด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งจากการตรวจสอบในเวลากลางวัน นั้น ภาพมีความคมชัดจึงสามารถเห็นบุคคลและยานพาหนะที่สัญจรไปมาได้อย่างชัดเจน แต่กล้องบางตัวองศากล้องอยู่มุมอับ และบางตัวไม่ได้เชื่อมต่อสัญญาณกับศูนย์ควบคุมของ กทม. จึงทำให้ล่าช้าในการตรวจสอบหากเกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน ดังนั้น หลังจากสำรวจบริเวณโดยรอบแล้วทางกรุงเทพมหานครและทหารจะสรุปจำนวนกล้องที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมในจุดมุมอับต่อไป
อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กกล.รส. โดย พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้เพิ่มมาตรการคุมเข้มการรักษาความปลอดภัย บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง โดยให้เพิ่มกำลังตำรวจและทหารอีก 1 กองร้อย และอบรมจิตอาสา เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติ และเพิ่มชุดลาดตระเวนจักรยาน รวมถึง เพิ่มความเข้มงวดจุดคัดกรอง บันทึกตัวบุคคลและภาพบัตรประชาชน ก่อนจะเขามาในบริเวณท้องสนามหลวง และตรวจค้นอย่างละเอียด

‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ โปรดเกล้าฯดุริยางค์ตำรวจ บรรเลงบทเพลงของพ่อ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ซึ่งนอกจากจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาตลอดรัชสมัยแล้ว ยังทรงพระราชนิพนธ์เพลงที่มีคุณค่ามีความหมายลึกซึ้งและเปี่ยมสุนทรียภาพ เพื่อพระราชทานความสุขแก่คนไทย อีกทั้งยังเป็นการขับกล่อมให้แก่ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ณ ลานพระราชวังดุสิต
โดยวันนี้ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้วงดุริยางค์ตำรวจ บรรเลงเพลงให้ประชาชนที่มาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่บริเวณด้านหลังหางม้า ลานพระบรมรูปทรงม้า ในพื้นที่ลานพระราชวังดุสิต

ถอดหน้ากากเฉลยแล้ว หนุ่มไทยทาแป้งน่ารัก ฉบับตะมุตะมิ

เผยแล้ว ที่มาของเทรนด์ทาแป้งสุดน่ารัก ฉบับตะมุตะมิ ชี้เป็นวิธีคลายร้อนแบบไทยๆ จาก แป้งเย็นตรางู

หลังจากเกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เมื่อปรากฏภาพบรรดาหนุ่มไทย ต่างพากันลุกขึ้นมาใช้แป้งป้ายหน้าในแบบฉบับตะมุตะมิเพื่อคลายร้อน ก่อนจะอัพเดตเทรนด์ฮิตดังกล่าวผ่านแอพฯ โซเชียลของตนเองตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ในที่สุดก็ถึงบางอ้อเสียที เพราะตอนนี้ได้มีการถอดหน้ากากเฉลยออกมาแล้วว่า การกระทำดังกล่าวเป็นวิธีคลายร้อนของแป้งเย็นตรางู ที่ออกสูตรใหม่มากับสูตร ‘ไวลด์ ทานาคา’ ที่ชวนให้หนุ่มๆ สาวๆ หันมาคลายร้อนด้วยการทาแป้งเย็นที่บริเวณแก้ม หรือส่วนอื่นๆ ตามความชอบ

ซึ่งนอกจากจะเย็นสบายแล้ว ส่วนผสมหลักจากสมุนไพรทานาคา ยังช่วยปรับผิวให้ขาว เนียนใส ควบคุมความมัน ลดสิว ลดฝ้า จุดด่างดำ ลดริ้วรอย พร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี รวมถึงช่วยระงับกลิ่นกายได้ด้วย พร้อมกันนี้ยังมีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยกลิ่นซิตรัส และเนื้อแป้งมีสีส้มเหลืองนวลเหมาะกับสีผิวของคนไทย เมื่อทาแล้วไม่มีวอกแน่นอน

รวบเพิ่ม ! สาวแก้ม-เจ๊บีม ลวงค้ากามหลังเด็กวัย 14 ถูกรุมโทรม

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เผยชื่อ สาวแก้ม-เจ๊บีม ลวงเด็ก 14 ค้ากามหลังถูกรุมโทรม ก่อนเข้ารวบเพิ่มช่วงหัวค่ำวันที่ 19 เมษายน 2560

วันที่ 19 เมษายน 2560 พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่หาหลักฐานนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 รายคดีรุมโทรม คือ น.ส.ปวีณ์สุดา หรือ แก้ม และ นายธนพัตร หรือเจ๊บีม
พล.ต.ต. กรไชย ระบุว่า ได้แจ้งข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้ โดยร่วมกันแสวงหาประโยชน์มิชอบจากการเป็นธุระจัดหาเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการค้าประเวณี เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แม้เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม หรือโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีพฤติการณ์ติดต่ออผู้ใหญ่ที่ต้องการซื้อขายบริการ และติดต่อตกลงเรื่องราคาการค้าบริการด้วย โดยล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับแล้ว และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว น.ส.ปวีณ์สุดา และ นายธนพัตร ได้แล้วที่ จ.สุพรรณบุรี และนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติ่มที่ บก.ปคม. เวลาประมาณ 20.00 น. วันนี้ (19 เมษายน)

มี 4 เรื่องยังไม่ถึงฝัน! ส่องภารกิจกูเกิล มุ่งมั่นเพื่อคนไทย

ส่องภารกิจ Google ประเทศไทย เพื่อให้บริการคนไทย กับ 4 เรื่องหลักที่ต้องการมุ่งเน้นให้สัมฤทธิผลในปีนี้…

เป็นองค์กรที่มีชื่อติดหูคนไทยอยู่แล้ว…สำหรับ “กูเกิล” (Google) ซึ่งปัจจุบันก็ได้พัฒนาบริการรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองการใช้งานของคนไทยอย่างต่อเนื่อง แต่คุณอยากรู้หรือไม่ อะไรคือสิ่งที่กูเกิล ประเทศไทย มุ่งมั่นจะดำเนินการและสานต่อให้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ เราบอกใบ้ให้นิดๆ ว่ามีทั้งหมด 4 ด้าน ถ้าพร้อมแล้ว ไปค่ะ รู้ไปพร้อมกัน!

“กูเกิลมีสำนักงานอยู่ใน 150 เมือง ภายใน 60 ประเทศทั่วโลก มีพนักงาน 70,000 คนทั่วโลก ส่วนพนักงานของกูเกิล ประเทศไทย ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 30 คน จากจุดเริ่มต้นเพียง 3 คน” นายเบน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย เริ่มต้นเล่าย้อนอดีตของกูเกิลไทย และยังบอกอีกว่า…
บน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ Google ประเทศไทย

“ในปีนี้เราตั้งเป้าหมายโดยเน้นที่ 4 เรื่อง เพื่อพัฒนาบริการแก่ชาวไทย คือ 1.สนับสนุนด้านการศึกษาผ่าน Google Ignite สำหรับเตรียมพร้อมนักศึกษาเข้าสู่สายงานดิจิทัล 2.สนับสนุนเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ด้วยโครงการ Launchpad Accelerator เพื่ออบรม แลกเปลี่ยนความเห็นและสนับสนุนสตาร์ทอัพ 3.สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป กับบริการแปลภาษาเป็นประโยคภาษาไทยครั้งแรกกับ Google Translate ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันดีที่กูเกิลให้ความสำคัญกับภาษาไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และ 4.สนับสนุนกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ของยูทูบ ให้สามารถใช้พื้นที่ซึ่งบริษัทได้ขยายเพิ่มเติมอยู่ที่ชั้น 16 ของอาคารปาร์ค เวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์”

กูเกิล…ก็คือสตาร์ทอัพ!

เมื่อ 18 ปีก่อน กูเกิลก็ถือเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพเป็นหน้าใหม่ในธุรกิจไอที แต่เมื่อมาถึงวันนี้ กูเกิลก็ลืมจุดเริ่มต้นของตนเองและพยายามเป็นตัวอย่างในการสนับสนุนและผลักดันสตาร์ทอัพ เพื่อให้พวกเขาสามารถแก้ไขปัญหาที่มีอยู่บนโลกดิจิทัลและก้าวสู่ความสำเร็จเช่นกัน
บนมือถือต้องมีแอปจาก Google ติดตั้งอยู่ เผลอๆ มากกว่า 1 แอป

ไม่หยุดนิ่งพัฒนา

อย่างที่รู้ว่ากูเกิลมีบริการหลากหลายเพื่อรองรับการใช้งาน แต่การนำเสนอบริการหลากหลายรูปแบบยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องพัฒนาประสิทธิภาพอยู่เสมอด้วย เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

คอนเทนต์ เหมือนทอง

คอนเทนต์ในความหมายของกูเกิล หมายถึง บริการยูทูบและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์ ทำให้ประเทศไทยมีช่องบนยูทูบซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ถึง 51 ช่อง เป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังเติบโตมากเป็นเท่าตัวภายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีเพียง 10 ช่องรายการ ทำให้กูเกิลให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของเหล่าครีเอเตอร์ด้วย
คนไทยดู YouTube จนติดอันดับการรับชมสูงสุด 1 ใน 10 ของโลก

คนไทยใช้กูเกิลติดอันดับโลก!

ผู้ใช้งานชาวไทยให้การตอบรับและใช้งานบริการกูเกิลอย่างหลากหลาย จนทำให้ติดอันดับระดับโลกหลายบริการ อาทิ Gmail, YouTube ที่มียอดการรับชมสูงติด 1 ใน 10 ของโลก, แอป Google ซึ่งมีการค้นหาข้อมูลผ่านแอปดังกล่าวจนติดอันดับโลก, Google Maps ก็มีการใช้งานในระดับสูง, Google Play ก็มีแอปจากนักพัฒนาชาวไทยเป็นจำนวนมาก.

“หญิงลี”โล่งแม่หายป่วย แต่ตัวเองเป็นขาอ่อนแรง

หลังจากที่คุณแม่ของนักร้องสาวลูกทุ่ง “หญิงลี ศรีจุมพล” ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนบริเวณหน้ารีสอร์ทที่ตนกำลังจะสร้าง จนได้รับบาดเจ็บเลือดออกในสมองทั้งสองข้าง และรักษาตัวด้วยการผ่าตัดสมอง จากนั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ ส่วนตัวหญิงลีเอง ก็ประสบปัญหาหน้าบวมเนื่องจากตรวจพบอาการไทรอยด์ระยะเริ่มต้นแล้ว
ล่าสุด “หญิงลี” ก็ได้โพสต์ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก พร้อมอัพเดทอาการป่วยของคุณแม่ว่าตอนนี้คุณแม่หายป่วยเรียบร้อยแล้วหลังผ่าตัดเอาเลือดออกจากสมอง ส่วนตนตอนนี้ต้องประสบปัญหากล้ามเนื้อต้นขาหดหาย ไม่มีแรง ต้องพยายามกินอาหาร แม้จะทำให้หน้าหรือคอบวมขึ้นก็ตาม

“ได้มาหาแม่พ่อที่บ้านเรา แม่ติ๋งดีขึ้น100%ทุกอย่างหลังจากผ่าตัดเอาเลือดออกจากสมองค่ะ กลับกันกับหญิงลีที่กำลังป่วยอยู่ หญิงไม่อายกับรูปร่างที่ขี้เหร่ไม่เหมือนเดิมเพราะเราอยู่กับความจริงทุกวัน สิ่งที่ห่วงมากคือกล้ามเนื้อต้นขาหญิงหดหาย เร่งกินอาหารเพื่อให้กลับคืน ก็ยิ่งหน้าคอบวมขึ้นก็ชั่งมันขอให้มีแรงที่สะโพกและขาเถิดจ้า” ซึ่งเมื่อหญิงลีได้โพสต์ข้อความอัพเดทอาการ ก็มีชาวเน็ตและเหล่าแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก..

ได้มาหาแม่พ่อที่บ้านเรา แม่ติ๋งดีขึ้น100%ทุกอย่างหลังจากผ่าตัดเอาเลือดออกจากสมองค่ะ กลับกันกับหญิงลีที่กำลังป่วยอยู่ หญิงไม่อายกับรูปร่างที่ขี้เหร่ไม่เหมือนเดิมเพราะเราอยู่กับความจริงทุกวัน สิ่งที่ห่วงมากคือกล้ามเนื้อต้นขาหญิงหดหาย เร่งกินอาหารเพื่อให้กลับคืน ก็ยิ่งหน้าคอบวมขึ้นก็ชั่งมันขอให้มีแรงที่สโพกและขาเถิดจร้า

“ลำไย ไหทองคำ” เผยนาทีสุดช็อกกระบะพุ่งชนรถตู้ ก่อนโชว์สปิริตขึ้นเวทีเต้นต่อ

รถตู้ของ ลำไย ไหทองคำ นักร้องหมอลำซิ่งชื่อดัง เจ้าของเพลงฮิต “ผู้สาวขาเลาะ” ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะหลุดโค้งพุ่งชน ที่ บริเวณโค้งเขาเลื่อม อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ระหว่างที่นักร้องสาวและคณะกำลังเดินทางไปแสดงในงานทำบุญโต๊ะจีน ที่ ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นเหตุให้ ลำไย ไหทองคำ และ อาร์ม ชุติมา นักร้องสาวที่เดินทางไปด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและอยู่ในอาการช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สอบถามความคืบหน้าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น นายประจักษชัย นวรัตน์ เจ้าของค่ายไหทองคำ และเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องสาว กล่าวว่า วันนี้ตนมาพูดคุยกับประกัน เมื่อคืนเอารถไปที่โรงพัก ยอมความ ไม่ได้ติดใจเอาความ บริเวณที่เกิดเหตุมีอุบัติเหตุหลายครั้งมาก ออกจากเพชรบุรีเมื่อตอนบ่ายสองโมง ในวันที่ 18 เม.ย. ไปร้องเพลงงานบวชของเพื่อนกล้วย อาร์สยาม เสร็จแล้วเดินทางต่อไปงานทำบุญบ้าน จ.สระแก้ว ต.คลองไก่เถื่อน บ้านคลองไก่เถื่อน ห่างจากจุดที่เกิดเหตุ 5 กิโลเมตร ตอนเกิดเหตุเวลา 20.30 น. ตนเป็นคนขับรถเอง เป็นห่วงทุกคน ไม่กล้าให้คนอื่นมาขับ ตนก็ขับเองมาตลอด ตนทำงานขับรถมาก่อน รถตู้คันนี้เพิ่งออกป้ายแดงมาได้เดือนหนึ่ง ปกติตนจะขับสลับกับน้องอีกคนหนึ่ง พอดีน้องเขาพักช่วงหยุดสงกรานต์ ลากลับบ้าน เพราะทำงานโหมยาวมาตลอด ในรถมีน้องลำไย มีน้องอาร์ม ชุติมา แม่น้องลำไย แดนเซอร์อีกสองคน มีผู้ติดตามผู้ชายการ์ดอีกคนหนึ่ง โดยมีตนเป็นคนขับ ทั้งหมด 7 คน

“ตนขับชิดซ้ายตลอด เข้าโค้ง เขามาอยู่ฝั่งข้างบน เขาเอียงขวาสวนหลุดโค้งมาพุ่งใส่เลย เขาหักออกไม่ทัน กินเลนมากเกินไป ทางโค้งบ้านเขาเลื่อม มีเหตุเกิดบ่อยมากจุดนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ก็ 5 ศพ รถคู่กรณีเป็นรถกระบะขนแตง แต่ตอนวิ่งมาเป็นรถเปล่าเพราะวิ่งไปส่งแตงมาเสร็จแล้ว หน้ารถตนเป็นโครงเหล็ก ดีนะที่รถตนไม่พลิกคว่ำ แต่รถเขาลงไหล่ทาง ลงคลอง เศษแก้วเต็มหัว ตนโดนกระจกบาดหน้า เย็บไป 4 เข็ม ไปตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะไม่มีแอลกอฮอล์ ตนไม่ได้ดื่ม เขาก็คงไม่ได้ดื่มหรอก ตนขับไม่เร็ว เพราะลำไยกำลังเปลี่ยนกางเกง จะยืน เปิดไฟ แต่งหน้า แดนเซอร์แต่งตัว ไปถึงงานก็จะขึ้นโชว์เลย กำลังพูดเฮฮากันอยู่ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก มาแรงมาก”
ต่อข้อถามถึงคนอื่นๆ ในรถ ผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องสาวกล่าวว่า ลำไยและคนอื่นๆ ในรถปลอดภัยทุกคน ลำไยหัวคะมำเคล็ดขัดยอกตามตัว ฟกช้ำดำเขียว มีตนคนเดียวที่มีแผล นอกนั้นก็ไปต่อได้ เหมารถจากหมู่บ้านไปส่งที่งาน คนรอเป็นพันคน ร้อยกว่าโต๊ะ โต๊ะจีนรอเจอลำไย พอทราบข่าวว่าน้องประสบอุบัติเหตุทุกคนก็เป็นห่วงและชมว่าน้องมีสปิริต ยังเต้นได้เหมือนเดิม

ส่วนเรื่องคดีความ ผู้จัดการคนเดิมเผยว่า คดีความไม่ได้เอาความ ไปโรงพักลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว คนขับอายุ 50 สงสารลูกเมียเขา ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด ตอนแรกเขายืนยันว่าเขาถูกอยู่ในเลนเขาตลอด แต่มาจำนนต่อหลักฐานตำรวจเขียนแผน ตนเบรกเข้าซ้ายตลอด รถเขาต่างหากที่หลุดโค้งพุ่งมาชน ปะทะกันแล้วรถเขาแฉลบลงคลอง คู่กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย มันเป็นอุบัติเหตุ ส่วนรถตนส่งไปซ่อมที่กรุงเทพฯ นี่นับเป็นครั้งแรกที่ประสบอุบัติเหตุ เดินสายเดินทางมันเสี่ยงอยู่แล้ว ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ก็ต้องระมัดระวัง สภาพจิตใจโอเคขึ้น แค่ทุกคนรอดปลอดภัยก็โชคดีแล้ว ตนเพิ่งไปทำบุญมาเมื่อวันก่อน จ.อ่างทอง เช่าบูชาพระ สมเด็จโต พรหมรังษี ก็คิดว่าท่านคงปกป้องเรา

ด้าน ลำไย กล่าวว่า “สภาพจิตใจตอนนี้โอเคแล้วค่ะ ตอนเกิดเหตุรู้สึกตกใจมาก กำลังแต่งตัวอยู่ เปิดไฟในรถก็แต่งตัวกัน พอรถมาชนตอนแรกก็อึ้ง ลำไยกับอาร์มตกใจมาก ร้องไห้กัน มันตั้งสติไม่ค่อยได้ในตอนนั้น แต่ก็ต้องรีบไปงาน ไปแสดงต่อ พอชนแล้ว ยืนงงสักพักหนึ่ง อาจารย์ก็ให้รถไปส่งที่งานก่อน เพราะอีก 5 กิโลฯจะถึงงานแล้ว เราช็อก ร้องไห้ ปรับตัวประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วขึ้นโชว์ ไปทันเวลา เจ้าภาพก็มาผูกแขนเรียกขวัญให้ ตอนนี้ยังไม่ได้ไปตรวจหาหมอเลย ร่างกายปกติ มีปวดคอแขนขา เพราะโดนกระแทกอย่างแรง ไม่ได้มีเลือดออก ไม่ได้เป็นอะไรมาก กำลังจะเดินทางไปนครสวรรค์ ไปทำบุญจะได้มีอะไรดีๆ เข้ามา เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าฟาดเคราะห์ไป แฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจเยอะมาก ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนก็เลยตกใจมาก เราเห็นว่ามันเป็นยังไง หลังจากนี้เราก็กลัวเวลาเข้าโค้ง อาร์มเคยเล่าให้ฟังว่ากลัวโค้ง หนูก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไมต้องขนาดนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วค่ะว่ามันน่ากลัว ชาวบ้านเล่าให้ฟัง พอเราไปถึงงานก็มีคนที่อยู่ในงานไม่แน่ใจว่าเขาเป็นอะไร มาเหมือนไล่อะไรสักอย่างให้ไปๆ เขาก็มาทำพิธีเรียกขวัญผูกข้อมือให้ ระมัดระวังมากขึ้น”

ช้างศึก ยู23 ถล่มเสือเหลืองยับ

“ช้างศึกยู23” ฟอร์มเยี่ยมไล่อัด “เสือเหลือง” มาเลเซีย 4-0 คว้าชัยเกมที่ 2 ศึกดูไบคัพ

การแข่งขันฟุตบอลดูไบ คัพ ยู-23 ณ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ นัดที่ 2 เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ทัพ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย ยู-23 ที่นัดแรกชนะ ยูเออี 2-1 ลงสนามพบ “เสือเหลือง” มาเลเซีย ที่เกมแรกเสมอ จีน 1-1 ที่สนามยูเออี เอฟเอ

เกมนี้ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ จัดทัพที่ดีที่สุดลงสนามในระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู อภิรักษ์ วรวงษ์ แนวรับ 4 คนจากขวาไปซ้าย จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, วรวุฒิ นามเวช, เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด, สุประวีณ์ มีประทัง กองกลางตัวขับเคลื่อนเกมใช้ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ตัวรุก 3 คนจากขวาไปซ้าย ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ออสการ์ คาห์ล และหน้าเป้า สิทธิโชค กันหนู
ออกสตาร์เกมช่วงแรกถือว่ารูปเกมยังสูสี จากนั้นเกมสู้มาถึงนาที 31 ไทยมาได้ลูกจุดโทษจากจังหะที่ อาหมัด ฮัซมี่ ไปทำฟาวล์ สิทธิโชค กันหนู และนายด่านมาเลเซียโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม และเป็น สิทธิโชค ที่ลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาดพาไทยออกนำ 1-0 ก่อนที่เจ้าตัวจะขอเปลี่ยนออกเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็น ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ลงมาเล่นแทน และช่วงท้ายเกมนาที 41 มาเลเซีย ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 9 คน เมื่อ มูฮัมหมัด ซาฟาวี่ โดนใบแดงไปอีกคน ก่อนจะจบครึ่งแรก ไทย ยังนำแค่ 1-0

กลับมาครึ่งหลัง นาที 50 “โค้ชโย่ง” ขยับเปลี่ยนเอา ศศลักษณ์ ไหประโคน กับ รัตนากร ใหม่คามิ ลงสนามแทน ออสการ์ คาห์ล กับ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ และถึงนาที 59 วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ก็จ่าบอลทะลุช่องให้ ศศลักษณ์ หลุดเข้าไปยิงให้ ไทย นำ 2-0 จากนั้นนาที 65 พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษส่งบอลพุ่งเข้าตรงกลางประตูอย่างเฉียบขาดพา ไทย หนีห่าง 3-0

นาที 68 เนติพงษ์ แสนมะฮุง ถูกส่งลงสนามไปแทน วรวุฒิ นามเวช และนาที 75 ไทย มาได้ลูกจุดโทษหลัง ธนาสิทธิ์ ศิริผลา โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ และมาเลเซีย ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 8 คนหลัง อาหมัด ไคริล ไปโวยวายใส่ผู้ตัดสินจนโดนใบแดงไล่ออกไปอีกคน อย่างไรก็ตาม ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ที่รับหน้าสังหารจุดโทษกลับซัดไปติดเซฟนายด่านมาเลเซีย อย่างน่าเสียดาย และช่วงท้ายเกมนาทีสุดท้าย ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ก็มาซัดประตูปิดท้ายให้ ไทย เอาชนะ มาเลเซีย 4-0 คว้าชัยศึกดูไบคัพ 2 นัดรวด

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย ยู-23 จะลงสนามในวันที่ 26 มี.ค. พบกับ จีน เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามโปลิศ สเตเดี้ยม

ตรวจความพร้อม “ไทย” ปะทะ “ซาอุดิอาระเบีย”

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 ทีทชาตื “ไทย” จะเปิดบ้านรับมือ ทีมชาติ “ซาอุดิอาระเบีย”
ความพร้อมของทีมเจ้าบ้าน “ไทย” ของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศตัดตัว นักเตะ 5 คน ออกจากทีมชุดนี้ได้แก่ จอร์นาตา แวร์ซูรา , นูรูล ศรียานเก็ม , ธนา ชนะบุตร ,รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ขณะที่อีก 23 ขุนพล ล้วนเป็นขุนพลเก่าของซิโก้แทบทั้งหมด โดยจะมีหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาแค่คนเดียวเท่านั้น คือ วัฒนา พลายนุ่ม

11 ตัวจริงที่คาดว่า “ซิโก้” จะใช้งานในเกมนี้ น่าจะใช้ระบบ 3-4-1-2 เหมือนเกมเสมอออสเตรเลีย โดยมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา เซนเตอร์ฮาล์ฟ 3 คน ฝั่งซ้ายใช้ กรวิทย์ นามวิเศษ ขวาเป็น อดิศร พรหมรักษ์ ตรงกลางใช้ ประทุม ชูทอง
วิงแบ็กซ้ายให้ ธีราทร บุญมาทัน สวมปลอกแขนกัปตันทีม ฝั่งขวามี ทริสตอง โด โดยมี ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ วัฒนา พลายนุ่ม เป็นคู่มิดฟิลด์ตัวรับ ปล่อยให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำเกม โดยมี อดิศักดิ์ ไกรษร กับ ธีรศิลป์ แดงดา

ด้านฝั่งทีมเยือน “ซาอุดิอาระเบีย” ของเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวดัชต์ ตอนนี้เป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี พวกเขา ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 10 แต้มเท่ากับญี่ปุ่น แต่ได้เปรียบที่ลูกได้เสียที่ดีกว่า 1 ลูก ดังนั้นเกมจึงมาเพื่อเก็บสามแต้มให้ได้ และต้องเอาชนะให้ได้หลายๆลูกด้วย ถ้าอยากจะได้เปรียบเรื่องลูกได้เสีย

โดยเกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน 3 นักเตะตัวหลักอย่าง โอซามะห์ เฮาซาวี, ฮัสซัน มุอ๊าต ที่ติดโทษแบน และ ฟาฮัด อัล มูวาลัต ที่ยังไม่เต็มร้อยร้อย อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ หัวหอกตัวหลัก โมฮัมเหม็ด อัล ชาลาวี่ วัย 30 ปีจากสโมสร อัล นาสเซอร์ ผู้มีสถิติทำไป 26 ประตู จาก 28 นัดในนามทีมชาติ จะมีชื่อกลับมาล่าตาข่ายให้ทีมได้ในแมตช์นี้ หลังจากเกมที่ริยาด ไม่มีชื่อของเขาเจอกับไทย รวมไปถึงแกนหลักรายอื่นที่น่าสนใจ ไทซา อัล จัสซิม กองกลางวัย 32 ปีที่เล่นให้ทีมชาติไปแล้ว 114 นัด หรือ ยาย่า อัล เชห์รี่ มิดฟิลด์ จากอัล นาสเซอร์