พบกล่อง CSMU กริพเพน คาด 2 เดือนรู้เหตุทำไมตก


เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุ เครื่องบินขับไล่กริพเพน ประสบอุบัติเหตุตกว่า ขณะนี้ได้รับทราบจากคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ
ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มาจากสำนักนิรภัยการบิน และกรมช่างต่าง ๆ อาทิ กรมการสื่อสารทหารอากาศ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ เป็นต้น ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้พบตัวบันทึกข้อมูลการบิน ท่าทางการบิน และการสื่อสารทางการบินของเครื่องบินขับไล่กริพเพน หรือที่เรียกว่า CSMU แล้ว ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะรู้สาเหตุการตกได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ต้องมีการวิเคราะห์ควบคู่กับด้านกายภาพและการติดต่อกับหอบังคับการบิน

อย่างไรก็ตามเมื่อพบเครื่องดังกล่าวแล้วต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและนำมาประกอบหลักฐานที่พบในที่เกิดเกตุ คาดว่าไม่เกิน 2 เดือนจะทราบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

เมื่อถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขอให้งดการบินโชว์ในวันเด็ก พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องความเป็นนักบินถือเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งและเป็นหน้าที่ คนที่เป็นนักบินจะทราบดีเรื่องการทำภารกิจคงไม่มีใครบอกว่าจะไม่ทำการบินแล้ว เพราะการบินในวันเด็กส่วนหนึ่งเป็นการทำให้เด็กได้ทราบและเกิดความภาคภูมิใจว่า กองทัพอากาศมีขีดความสามารถอย่างไรบ้าง ทำให้เด็กที่รักการบินมีความสนใจ ตนเชื่อว่าคงไม่มีผลที่จะให้เลิกบินในวันเด็ก

ส่วนการบินแสดงโชว์ในงานวันเด็กปีหน้าต้องบอกว่าเมื่อเท้าพ้นพื้นก็อันตราย ไม่ว่าจะบินภารกิจใด หรือแม้กระทั่งบินระดับธรรมดาก็อันตรายทั้งนั้น เพราะปัจจัยสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.ได้กำชับให้ทุกคนที่มีหน้าที่ไม่ว่าจะเรื่องกำกับดูแล หรือนักบินเองต้องละเอียดรอบครอบ และทำการบินด้วยความไม่ประมาท.

‘ในหลวง’ พระราชทานถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบอุทกภัย

โดยมี นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัด ตลอดจนประชาชนจำนวนมากเฝ้ารอรับเสด็จ ทั้งนี้ นายจำเริญ ได้กราบทูลถวายรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ว่า สืบเนื่องจากฝนได้ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2-7 ม.ค. 60 ทำให้พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันใน 23 อำเภอ 163 ตำบล 1,513 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 795,000 คน 248,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ยังความเสียหายต่อครอบครัวที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร การปศุสัตว์ การประมง และรวมไปถึงสิ่งสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบ “ซิงเกิลคอนมานด์” เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยจัดให้มีศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราว จัดครัวประกอบเลี้ยง แจกจ่ายถุงยังชีพ และน้ำดื่ม จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ชุดอาหารสัตว์ จัดชุดซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ จยย. แก่ราษฎร และทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในพื้นที่น้ำลดเข้าสู่สภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 15 อำเภอ ยังมีน้ำท่วมขัง 8 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด หัวไทร ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ พระพรหม ทุ่งสง และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำรัสเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ความตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรทุกคน จึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนพระองค์มาแจกถุงยังชีพ ซึ่งในเบื้องต้นมี จำนวน 1,000 ชุด จากนั้นได้พระราชทานถุงชีพแก่ผู้แทนผู้ประสบอุทกภัยผู้ชาย 10 คน และผู้หญิง 10 คน และพระราชทานถุงยังชีพให้แก่ ผวจ.นครศรีธรรมราช เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนต่อไป

ท่ามกลางความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน พร้อมพระราชทานข้าวผัดที่ทรงประกอบและปรุงด้วยพระองค์เองให้กับราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ และทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จด้วย ยังความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ในการนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยแพทย์พระราชทานมูลนิธิ พอ.สว. และหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพแก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วย.

คนนอนน้อยต้องรู้ ! แค่งีบหลับก็ช่วยให้ตื่น สดชื่นยิ่งกว่าดื่มกาแฟ

อาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าแค่ร่างกายได้งีบหลับเพียง 15-20 นาที จะช่วยให้อาการง่วงงุนอ่อนเพลียที่เป็นมาเกือบทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความสดชื่นตื่นเต็มตาได้ แต่วิธีนี้ช่วยให้สดชื่นได้จริง !

บางครั้งการนอนหลับให้เต็มอิ่มยาวนาน 7-8 ชั่วโมงก็ยังทำให้เราตื่นมาพร้อมกับอาการไม่สดชื่นได้ ยิ่งในวันไหนที่นอนน้อยอาการมึนเบลอยิ่งเล่นงานเราหนักข้อจนเกือบเสียงานเสียการกันไปใหญ่ ซึ่งหากใครกำลังเผชิญกับพลังความอ่อนเพลียอันเนื่องมาจากการอดนอนหรือนอนไม่หลับ ลองงีบกันสักช่วงเวลาสั้น ๆ สิคะ แล้วร่างกายจะรู้สึกสดชื่นตื่นตัวมากขึ้น ทว่าหากใครยังสงสัยว่าแค่งีบหลับจะมีอานุภาพมากขนาดนั้นได้ยังไง เรามีคำตอบมาให้อ่านตรงนี้แล้ว
การงีบหลับในช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถปลุกพลังในร่างกายให้เราได้มากกว่า 58% ทั้งนี้ Sara C. Mednick ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและนักเขียนหนังสือ Take a Nap ! Change Your Life ให้ข้อมูลมาว่า เพียงการงีบหลับสัก 15-20 นาทีในแต่ละครั้ง ก็สามารถรีเซตระบบการทำงานของสมองและช่วยปลุกความตื่นตัวให้ร่างกายได้ทันทีที่ลืมตาตื่น ความง่วงงุนก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง อานุภาพรุนแรงกว่ากินคาเฟอีนเป็นไหน ๆ

ทั้งนี้เหตุผลที่การงีบหลับช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นเหมือนคนได้พักผ่อนเต็มอิ่มอย่างนั้นก็เพราะว่า ก่อนที่ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอยากงีบหลับ ร่างกายเราจะรู้สึกเหมือนแบตจะหมด หรือเกิดความรู้สึกอ่อนล้าหนักมาก ดังนั้นการผล็อยหลับของเราที่แม้จะเกิดเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็สามารถทำให้ร่างกายหลับสนิทได้ทันทีเหมือนถอดปลั๊ก สมองได้ชัตดาวน์ตัวเองสักพักให้หายเหนื่อยล้า ไม่เหมือนที่เรานอนหลับยาว ๆ ตามปกติ ที่บางคนหัวถึงหมอนแล้วก็ยังนอนกระสับกระส่าย หรือรู้สึกหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืนซึ่งก็เท่ากับว่าร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การงีบหลับเพื่อปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพควรอยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 13.00-15.00 น. เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นาฬิกาชีวิตหรือวงจรการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ต้องการการพักผ่อน ร่างกายและสมองจะมีการตอบสนองช้าลง จึงเหมาะแก่การหลับลึกในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่เราจะงีบสักตื่นก็ควรเป็นที่มืด เงียบสงบ และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อช่วยให้เรางีบหลับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ้อ ! แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรงีบเพลินเกิน 30 นาทีต่อครั้งนะคะ เพราะหากเผลอหลับดิ่งลึกนานไปกว่านั้น อาจตื่นมาพร้อมกับอาการงัวเงียและมึนหัวเป็นที่สุดก็ได้

รู้จักตัวตน “นุ๊กซี่” พริตตี้สาวตัวท็อปของเมืองไทย

ทำความรู้จัก นุ๊กซี่ อัญพัชญ์ วัฒนาตันติรัตน์ พริตตี้สุดฮอตเจ้าของตำแหน่ง Top Pretty Thailand 2016

นุ๊กซี่ เผยในรายการแรงชัดจัดเต็มว่า ตนเองทำงานตั้งแต่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ตกงานทำให้ต้องหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว โดยงานแรกๆ ที่เธอทำคือขายของที่ตลาดนัด จากนั้นมีเพื่อนชักชวนให้เข้าไปแคสงานเพื่อทำงานเป็นพริตตี้ เธอจึงไปทดลองดู พองานแรกผ่าน เธอก็ทำงานด้านนี้เรื่อยมา

นุ๊กซี่เล่าต่อไปว่า ที่เข้ามาทำงานพริตตี้ได้ ส่วนตัวคิดว่าตัวเองเป็นคนพูดเก่ง ถามว่ากลัวไหมกับการทำงานเป็นพริตตี้ไหม เธอตอบว่า ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าวงการพริตตี้เป็นยังไง แค่ไปทำงาน แต่พอเข้าไปสัมผัสก็รู้สึกดี สนุกกับการทำงาน

สำหรับสินค้าชิ้นแรก เธอเล่าว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง โดยได้เงินค่าจ้างวันละ 800 บาท งานจะเป็นทีมคาราวานไปตามจังหวัดต่างๆ ครั้งละ 3 วัน ไปแนะนำว่ามีแอลกอฮอล์ยีห้อนี้เปิดตัวใหม่นะ

เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากเป็นพริตตี้ นุ๊กซี่บอกว่าเรื่องของรูปร่างหน้าตา ความสูง ความอดทน สำคัญ เพราะการทำงานต้องมีทุกอย่างที่กล่าวมา จะมาเล่นมือถือระหว่างทำงานไม่ได้ ตัวเธอเองเคยยืนนานสุด 8 ชั่วโมงไม่ได้พักเลย คนเยอะทำให้ไม่มีเวลาทำอะไรเลย แม้แต่จะทานข้าว เราต้องทุ่มเทเพื่องาน

สำหรับค่าตัวนุ๊กซี่บอกว่า อัตราจ้างอยู่ที่ 3,500 บาท แต่ราคาอาจก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและรายละเอียดของการจ้างงานด้วย แต่ตอนนี้มีโซเชียลเข้ามา ก็อาจจะได้เงินจากจุดนี้ด้วย อย่างงานมอเตอร์โชว์ที่หลายคนมองว่าต้องได้เงินเยอะเธอบอกว่า ค่าจ้างได้ไม่ต่างกันมาก

ปิดท้ายด้วยเรื่องหัวใจกับน้องร้องคนดัง พี่ปู แบล็คเฮด นุ๊กซี่เล่าว่า ตัวเองเจอกับพี่ปูครั้งแรกเป็นปีแล้ว ตอนนั้นเธอเป็นพิธีกร เจอกันในรายการ หลังจากนั้นก็มียังบังเอิญเจอกันที่ร้านข้าวต้ม ตัวเธอเองก็แค่สวัสดีแค่นั้น แต่หลังจากนั้นพี่ปูก็มีมาทักทายกันในอินสตาแกรมเรื่อยๆ คุยอยู่ประมาณ 2 เดือน ก่อนจะนัดเจอกัน จากนั้นก็เริ่มต้นศึกษากันจนถึงตอนนี้

ขอขอบคุณข้อมูลจากรายการ : แรงชัดจัดเต็ม
ภาพประกอบจาก : @nookzii

`ขนมพ่นควัน`อันตรายต่อกระเพาะ


นักวิทยาศาสตร์เตือนอันตรายขนม พ่นควันหากกินไม่ถูกวิธี เสี่ยงเนื้อเยื่อระบบทางเดินอาหารไหม้ กระเพาะทะลุ แนะต้องรอให้ควันของไนโตรเจนเหลวระเหยหมดไปก่อนแล้วจึงรับประทาน
ปัจจุบันในธุรกิจอาหารมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ร่วมกับกระบวนการผลิตอาหารมากมาย ส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่และดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ ล่าสุดจากการแชร์เรื่องราวทางสื่อออนไลน์ถึงการที่ร้านค้านำไนโตรเจนเหลวมาใช้ในการทำขนมเพิ่มอรรถรสในการกินด้วยการพ่นควัน พวยพุ่ง ออกอย่างสนุกสนาน แต่ก็มีกระแสข่าวที่บอกว่าเคยมีคนต่างชาติทานอาหารที่มีไนโตรเจนเหลวเข้าไปแล้วกระเพาะทะลุนั้น
นายวรวรงค์ รักเรืองเดช อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ให้คำแนะนำถึงเรื่องดังกล่าวว่า การกินอาหารที่มีส่วนผสมของไนโตรเจนเหลว สิ่งสำคัญคือต้องรอให้ควันของไนโตรเจนเหลวระเหยหมดไปก่อนแล้ว โดยทั่วไปการนำไนโตรเจนเหลวมาใช้กับอาหารไม่มีอันตราย เพราะจะระเหยไปหมด ปัจจุบันนิยมนำมาใช้ในการถนอมอาหาร แต่การใช้กับอาหารนั้นต้องดูที่ความบริสุทธิ์ของไนโตรเจนเหลวที่ร้านค้านั้นเลือกซื้อมาใช้ เพราะมีหลายคุณภาพหลายราคา ไนโตรเจนเหลวที่บริสุทธิ์จริงๆ 99.99% จะมีราคาสูงและ ไม่มีสิ่งเจือปน แต่ถ้าเป็นไนโตรเจนเหลว 98% อาจจะมีสิ่งเจือปนอย่างอื่นที่ไม่รู้ว่าเป็นอันตรายหรือไม่รวมอยู่ก็ได้
นอกจากนั้น นายวรวรงค์ ยังได้เตือนผู้จำหน่ายและผู้บริโภคขนมในลักษณะดังกล่าวใน 2 ประเด็น คือ การสัมผัสโดยตรงกับ ไนโตรเจนเหลวในขณะที่ยังเป็นของเหลว และ การสูดดมก๊าซไนโตรเจนว่า ถ้าไนโตรเจนมา สัมผัสกับผิวหนังหรือเนื้อเยื่อภายในอวัยวะต่างๆ ในสถานะที่ยังเป็นของเหลวอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะทำให้ผิวหนังถูกเผาไหม้ คล้ายๆ กับการนำมือไปวางบนกระทะร้อนๆ ไนโตรเจนเหลวถ้าสัมผัสผิวหนัง หรือรับประทานเข้าไปในปริมาณมากๆ ในสถานะที่ยังเป็นของเหลวอยู่ ไนโตรเจนเหลว ก็ไม่สามารถระเหยหายไปได้ในทันที ทำให้ เกิดการเผาไหมบริเวณผิวหนังได้ เรียกว่า NitrogenBurn หรือการเผาไหม้จากไนโตรเจนเหลว
ส่วนการสูดดมควันระเหยไนโตรเจนปริมาณมากก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง แม้ว่าร่างกายเราสามารถรับไนโตรเจนในอากาศได้มากถึง 80% และออกซิเจน 20% เท่านั้น แต่หากสูดดมไนโตรเจนเข้าไปเพิ่มอีกอาจทำให้ขาดออกซิเจน หมดสติและเป็นอันตรายต่อสมองได้

ผิวหนังอักเสบจาก “แมลงก้นกระดก” ทำอย่างไรดี


แพทย์ยันพิษจากแมลงก้นกระดก ไม่ทำให้ตาย อาการผื่นผิวหนังอักเสบหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์ เว้นติดเชื้อรุนแรงควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง

นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีการแชร์ภาพผื่นผิวหนังจากแมลงก้นแหลมชนิดหนึ่งทางสื่อสังคมออนไลน์ จนถึงขั้นระบุทำให้เสียชีวิต ว่า อาการผิวหนังอักเสบจากแมลงด้วงก้นกระดกเกิดจากการสัมผัสสารพีเดอริน (Paederin) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน จากการปัดด้วงก้นกระดกที่มาเกาะตามร่างกาย หรือบี้ทำให้แมลงท้องแตกและสัมผัสกับสารพิษนั้น โดยจะทำให้เกิดผื่นระคายเคืองแดงคัน ส่วนอาการจะมากหรือน้อยขึ้นกับปริมาณสารพิษที่สัมผัส ซึ่งหากสัมผัสสารพิษจำนวนมากจะเป็นหนอง ผื่นวางเรียงตัวเป็นแนวยาว เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามีอาการโรคติดเชื้อรุนแรงควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรักษาด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม พิษจากแมลงด้วงก้นกระดกไม่ทำให้มีอันตรายถึงชีวิต ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวลมากเกินไป
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า แมลงนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า ด้วงก้นกระดก ชื่อเรียกอื่นๆ คือ แมลงก้นกระดก ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน ด้วงกรด หรือแมลงเฟรชชี่ เพราะพบบ่อยในหมู่นักศึกษาใหม่ที่อยู่หอปีแรก เป็นต้น แมลงชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Paederus fuscipes Curtis มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า “Rove beetles” ตัวเต็มวัยมีสีดำสลับส้ม ยาวประมาณ 5-7 มิลลิเมตร หัวสีดำ อกส่วนหน้าแบนยาว ส่วนท้องมี 6 ปล้อง 4 ปล้องแรกสีส้มอมน้ำตาล ส่วนที่เหลือสีดำ ขาทั้ง 3 คู่มีสีน้ำตาลแดง ปีกแข็งด้านบนสีน้ำเงินเข้มและปีกอ่อนข้างใต้ เป็นแมลงที่มีอายุอยู่ได้ยาวนาน มีความว่องไว ไต่ไปตามต้นข้าว บินได้เร็วและว่องไว เวลาวิ่งจะยกปลายท้องตั้งขึ้นคล้ายแมงป่องจนเรียกว่า “ด้วงก้นกระดก”

พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ด้วงก้นกระดกจะมีสารพิษชื่อว่า พีเดอริน (Paederin) สารชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนสามารถทำลายเซลล์เนื้อเยื่อผิวหนังได้ ด้วง 1 ตัว จะมีสารพิษอยู่ในตัวประมาณร้อยละ 0.025 ของน้ำหนักตัว โดยตัวเมียจะมีปริมาณสารพิษมากกว่าตัวผู้ ทำให้อาจเป็นเหตุให้เข้าใจผิดได้ว่า แมลงชนิดนี้ไม่มีอันตรายมาก เพราะหากเคยโดนด้วงตัวผู้ จะไม่ค่อยมีอาการเนื่องจากมีสารพิษจำนวนน้อย ทั้งนี้ อาการผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสารพีเดอรินของด้วงก้นกระดก อาการจะไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะมีอาการหลังสัมผัสแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง ทำให้อาจจะไม่ได้ประวัติการสัมผัสแมลงที่ชัดเจนจากผู้ป่วย สำหรับรอยโรคพบมากบริเวณนอกร่มผ้า โดยมีลักษณะเป็นผื่นแดงหรือเป็นรอยไหม้ รูปร่างมักเป็นทางยาว ทิศทางหลากหลายตามรอยการปัด ผื่นมีขอบเขตชัดเจน ในระยะต่อมาจะมีตุ่มน้ำพองใสและตุ่มหนองขนาดเล็กเกิดขึ้นตามมาในเวลา 2-3 วัน อาการคันมีไม่มากนัก แต่มักมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย เมื่อสัมผัสกับสารพีเดอรินในบริเวณรอยพับต่างๆ อาทิ ข้อศอก ข้อเข่า มักกระจายไปสัมผัสทั้งสองด้าน จะเกิดผื่นสองผื่นที่ลักษณะคล้ายกันในแต่ละด้าน
“หากสารพีเดอรินกระจายถูกบริเวณดวงตา ก็จะเกิดอาการตาบวมแดงและอาจทำให้ตาบอดได้ อาการที่ตานี้ มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “ตาอักเสบแบบไนรูบี” ( Nairobi eye” or “ Nairobi conjunctivitis”) เพราะแมลงเหล่านี้ก็พบได้บ่อยแถวแอฟริกาด้วยเช่นกัน โดยผื่นบริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือบริเวณผิวอ่อน มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่าที่อื่น ส่วนบริเวณฝ่ามือซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่สัมผัสสารพิษเป็นแห่งแรก กลับไม่ค่อยมีอาการเนื่องจากบริเวณนี้มีผิวหนากว่าผิวส่วนอื่น อย่างไรก็ตาม อาการอักเสบเหล่านี้จะหายไปในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยอาจจะมีรอยดำหลังการอักเสบได้ในระยะสั้นๆ แต่มักจะไม่เป็นแผลเป็น โดยทั่วไป อาการจะไม่รุนแรง และไม่มีอาการระบบอื่น ยกเว้นในรายที่ได้รับพิษจำนวนมาก หรือมีอาการแพ้รุนแรง จะมีไข้สูง และอาการทางระบบหายใจได้” พญ.มิ่งขวัญ

คนไร้ที่พึ่ง ไม่ได้ป่วยทางจิตทุกคน


น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยถึงภาพรวมสภาพจิตใจคนไทย รอบ 2 เดือน จากการให้บริการปฐมพยาบาลทางใจ โดยทีม MCATT หรือ ทีมปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ จากหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ 57 ทีม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้บริการประชาชน ตั้งแต่ 14 ตุลาคม เป็นต้นมา ณ บริเวณรอบสนามหลวง และรถโมบายปฐมพยาบาลทางใจ พบว่า ภาพรวมจิตใจคนไทย ไม่น่าห่วง เนื่องจากสามารถปรับตัวได้ตามกลไกทางจิตวิทยา

เมื่อพ้นช่วง 2 สัปดาห์ไปจนถึง 3 เดือน อย่างไรก็ตามยังคงให้บริการจนครบ 100 วัน ณ หน่วยบริการปฐมพยาบาลทางใจบริเวณสนามหลวงฝั่งเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า และบริเวณท่าช้าง ส่วนรถโมบายปฐมพยาบาลทางใจคลายเครียด จะให้บริการจนถึงวันที่ 28 ธันวาคม นี้
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 2 เดือนของการให้บริการ พบ ผู้มาขอรับบริการมีภาวะเสี่ยงสุขภาพจิต 5 พันกว่าราย มีเพียง ร้อยละ 3 เป็นผู้ป่วยจิตเวช ส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยเป็น โรคจิตเภท ซึ่งมีอาการกำเริบจากการขาดยา และมีเพียง ร้อยละ 2 ที่มีความคิดฆ่าตัวตาย โดยจะพบในกลุ่มโรคซึมเศร้าร่วมกับปัญหาความเครียดส่วนตัวที่สะสมมานาน เช่น ปัญหาครอบครัว เศรษฐกิจ เคยมีประวัติทำร้ายตัวเองมาก่อน ทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลทางใจและส่งต่อเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที ส่วนที่เหลือจะเป็นปฏิกิริยาปกติโดยทั่วไปของความเศร้าโศกเสียใจ ร้องไห้ ฟูมฟาย และความเครียดสะสมที่มาจากปัญหาส่วนตัว/การงาน/โรคเรื้อรังทางกาย เป็นต้น แต่พบจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ

นอกจากนี้ จากความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ จิตอาสา และ กทม. เพื่อจัดระเบียบในการแก้ไขปัญหาคนไร้ที่พึ่งในพื้นที่สนามหลวง ตั้งแต่คืนวันที่ 28-30 พ.ย. คืนวันที่ 1 และ 8 ธ.ค. กรมสุขภาพจิต ได้คัดกรองปัญหาสุขภาพจิตคนไร้ที่พึ่ง จำนวนทั้งสิ้น 191 ราย ในจำนวนนี้ พบ ป่วยทางจิตเวช ไม่ถึง ร้อยละ 10 โดยได้ส่งต่อผู้ป่วย 3 รายที่มีอาการรุนแรง ไปยังสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และ รพ.ศรีธัญญา ขณะที่ อีก 14 ราย ส่งต่อบ้านมิตรไมตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเฝ้าระวังเนื่องจากมีอาการทางจิตเพียงเล็กน้อยยังไม่ถึงขั้นรุนแรง
อย่างไรก็ตาม จากการคัดกรองคนไร้ที่พึ่งในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมแก้ไขปัญหาคนไร้ที่พึ่ง ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการบำบัดรักษามากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยและสังคม ตลอดจน เป็นโอกาสที่จะทำให้สังคมเห็นว่า จริงๆ แล้ว คนไร้ที่พึ่งที่เดินตามท้องถนนหรืออาศัยตามสถานที่สาธารณะต่างๆ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ป่วยทางจิตเวชจริงๆ ซึ่งตรงนี้ หลายคนมักเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ตอกย้ำตราบาปให้กับผู้ป่วยจิตเวช จากการมองคนไร้ที่พึ่งที่พบเห็น เป็นผู้ป่วยทางสุขภาพจิต เป็นคนบ้า คนไม่เต็ม ทั้งหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น จึงเป็นการดีที่จะใช้โอกาสนี้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคมได้อีกทางหนึ่ง เพื่อช่วยลดตราบาปให้กับผู้ป่วย ตลอดจนส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ไร้เงา ‘ตุ๊กกี้’ แจงสื่อโพสต์จวก ‘เบส’ อ้างต้นสังกัดขอร้อง

 กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ สำหรับกรณีของ “เบส” อรพิมพ์ รักษาผล นักพูดชื่อดัง ที่ได้กล่าวพาดพิงถึงคนอีสาน ทำนองไม่รักในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นขณะที่เคยพูดบรรยายไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้คนที่ได้ฟังคลิปดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนภาคอีสาน รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ นักแสดงตลกสาวชื่อดังอย่าง “ตุ๊กกี้” สุดารัตน์ บุตรพรม ซึ่งเป็นลูกหลานคนภาคอีสานโดยแท้ ได้โพสต์ข้อความเชิงตำหนิ เบส อรพิมพ์ ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก “Tukky Sudarat” ระบุว่า

“บารมียังไม่พอ อย่าไปกล่าวถึงใคร เอาเรื่องตัวเอง เท่านั้น จะดี โลกไปไกล คำพูด ถ้าพาดพิง มันจะกลับมาทำลายเรา ! เอาเรื่องในหลวงมาพูด จนมีงานการทำ นี่ก็ควรจะพอแล้ว ไปพูดถึงคนอีสานทำไม เอาเรื่องเดียว พอแล้ว จำไว้ ใครๆ ก็รักในหลวงทั้งนั้น” พร้อมทั้งแชร์คลิปการพูดดังกล่าวด้วย ซึ่งก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับตลกดัง และคนที่ไม่เห็นด้วยกับการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของตุ๊กกี้

ต่อมาเมื่อวันที่ (20 พ.ย.) เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา นายกสโมสรสื่อมวลชนภาคเหนือแห่งประเทศไทย ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า “ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่รักชาติ ขอเรียกร้องให้คุณปัญญา ผู้บริหารเวิร์คพอยท์ พิจารณาการกระทำของ “ตุ๊กกี้” ตลก ที่นิยมชมชอบ… ว่าเหมาะสมหรือไม่ ในการแสดงออกต่อ น้องเบส ที่เจตนาดี ปกป้องในหลวง และพระมหากษัตริย์ แต่กลับถูกตำหนิ จากการบิดเบือน คุณปัญญา และครอบครัว เป็นคนดีคนหนึ่งในสังคม แสดงออกในการจงรักภักดีต่อชาติตลอดมา ผมคนบ้านนอก ไม่มีราคา ไร้ยศ ตำแหน่ง ในฐานะผู้ชื่นชมคุณปัญญาเสมอมา จึงขอเป็นตัวแทนคนไทยคนหนึ่ง ให้ท่านพิจารณา พนักงานของท่านให้ยุติการออกอากาศ และยกย่อง “คนดี” ตลก อื่นๆ เข้ามาทดแทน เพื่อมิให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ของบริษัทที่ท่านทำมาทั้งชีวิต จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ต่อคนไทยที่รักชาติคนหนึ่ง กราบขอบพระคุณอย่างสูง”

ในวันเดียวกันผู้สื่อข่าวบันเทิงได้ไปรอคอยตลกสาวชื่อดัง เพื่อจะขอสัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว ในงานฉลองมงคลสมรสของ “เอ็ม” บุษราคัม วงษ์คําเหลา และแฟนหนุ่มนอกวงการ ลูกสาวตลกชื่อดังอย่าง “หม่ำ จ๊กมก” ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮเอท เอราวัณ โดยมีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ตลกสาวชื่อดังต้องเดินทางมาร่วมงานดังกล่าวอย่างแน่นอน ซึ่งสื่อมวลชนได้รอคอยการมาของตุ๊กกี้อย่างใจจดใจจ่อตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ และเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ได้มีการต่อสายตรงสอบถามและขอคำยืนยันจากเจ้าตัวด้วยว่าจะเดินทางมาถึงที่โรงแรมเมื่อไหร่ โดยตุ๊กกี้ได้เผยว่า “กำลังเดินทางมาที่งานแต่งจริง ๆ แต่ต้องขออนุญาตสื่อมวลชนถึงเรื่องการให้สัมภาษณ์ประเด็นร้อนดังกล่าว เพราะว่าด้านต้นสังกัดได้ขอร้องให้งดสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น” ตุ๊กกี้กล่าวสั้น ๆ

“กมลวรรณ” กดเกมศูนย์ทะลุรอบ 2 หวดแคล-คอมพ์#W4

การแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิง รายการ “แคล-คอมพ์ แอนด์ เอ็กซ์วายแซด ปริ้นติ้ง ไอทีเอฟ โปร เซอร์กิต # W4” ชิงเงินรางวัลรวม 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 350,000บาท ที่สนามเทนนิส ทรู อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมนดรอว์ หญิงเดี่ยวเริ่มแข่งวันแรก รอบแรก “นุ่น” กมลวรรณ บัวแย้ม นักหวดดาวรุ่งวัย 20 ปีของไทย มือ 532 ของโลก มือวาง 6 ของรายการ ประเดิมเก็บชัยชนะได้สำเร็จ หลังงัดฟอร์มเก๋าเอาชนะ ภัณฑิลา นามวงศ์ นักหวดไทยที่ได้ไวล์การ์ดลงแข่งแบบง่ายดาย 2 เซตรวดด้วยสกอร์ 6-0 และ 6-0 ใช้เวลาแข่งราว 45 นาที กมลวรรณ ผ่านเข้ารอบสอง (16คน) ทันที

ด้าน “แตงโม” บุณยวีร์ ธรรมไชยวัฒน์ นักหวดดาวรุ่งวัย 18 ปีของไทย ดีกรีมือวาง 4 ของรายการ มือ 474 ของโลก พลาดท่าร่วงรอบแรกหลังจากแพ้ให้กับ แอนเดรีย ก้า นักหวดวัย 24 ปีมือ 721 ของโลกจากกัมพูชา 1-2 เซตด้วยสกอร์ 6-4, 4-6, 3-6 โดยแมตช์นี้ บุณยวีร์ เสิร์ฟไม่ดีเสียไปถึง 7 ดับเบิ้ลฟลอท์เลยทีเดียว

ส่วนผลแข่งคู่อื่นๆ มีดังนี้ หญิงเดี่ยว รอบแรก มาอิ ฮอนตามะ (ญี่ปุ่น) ชนะ วรรษชล สวัสดี 6-4, 6-1, นาตาชา พาลฮา (อินเดีย) ชนะ เอริน่า ฟลอท์ส (อุซเบกิสถาน) 2-6, 6-2, 6-1

หญิงคู่ รอบแรก ยิ่งลักษณ์ จิตตะโคตร์- พัชรินทร์ ชีพชาญเดช ชนะ จุฬาลักษณ์ แซ่อึ้ง-วรรษชล สวัสดี 5-7, 6-0, 10-6, กมลวรรณ บัวแย้ม-จาง หลิง(ฮ่องกง) ชนะ ใจเพชร อานนทวีศิลป์-ดลรวี ตุ้มทอง 6-2, 6-0, ชิฮิโร่ มูรามัตสึ-โนโซมิ ฟูจิโอกะ(ญี่ปุ่น) ชนะ ณัฐนิดา หลวงแนม-วรัญญา วงค์เทียนชัย 7-5, 3-6, 10-5