ลุยจับแก๊งอ้างฝากเข้าทหาร จัดฉากตุ๋นเหยื่อสุดสมจริง


ทั้งนี้ จากการตรวจค้นเบื้องต้นสามารถจับกุมตัว นายวัฒนา เพชรปัญญา น.ส.พนิดา มหรรฆตระกูล และนายธนินพัฒน์ จันทร์เรือง เอาไว้ได้ โดย พ.ต.อ.สมพงษ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งมาเข้าร้องเรียนกับทางตำรวจกองปราบฯว่า ถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ถูกจับกุมตัวได้ในวันนี้ พร้อมกับพวก รวม 9 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทหารทำทีมาตีสนิท ก่อนอ้างตัวว่าสามารถพาฝากเข้ารับราชการทหารได้โดยไม่ต้องสอบบรรจุ แต่ต้องจ่ายเงินจำนวน 1.43 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าดำเนินการ

พ.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเหยื่อหลงเชื่อผู้ต้องหากลุ่มนี้ก็จะพาเหยื่อไปทำการฝึกอบรมที่โรงเรียนนายร้อย จปร. จ.นครนายก ก่อนจะจัดพิธีประดับยศให้กับผู้เสียหายที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นการตบตา โดยมีกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวเข้าร่วมงานในพิธีด้วยชุดแต่งกายเครื่องแบบทหารบกแบบเต็มยศเพื่อความสมจริง กว่าที่ผู้เสียหายจะทราบว่าตัวเองถูกหลอก ก็ถูกผู้ต้องหากลุ่มนี้เชิดเงินหนีไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังทราบเรื่องทางเจ้าหน้าที่ขุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ พร้อมกับหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน จ.นนทบุรี ในวันนี้ และจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 รายดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป.

พบกล่อง CSMU กริพเพน คาด 2 เดือนรู้เหตุทำไมตก


เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุ เครื่องบินขับไล่กริพเพน ประสบอุบัติเหตุตกว่า ขณะนี้ได้รับทราบจากคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ
ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มาจากสำนักนิรภัยการบิน และกรมช่างต่าง ๆ อาทิ กรมการสื่อสารทหารอากาศ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ เป็นต้น ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้พบตัวบันทึกข้อมูลการบิน ท่าทางการบิน และการสื่อสารทางการบินของเครื่องบินขับไล่กริพเพน หรือที่เรียกว่า CSMU แล้ว ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะรู้สาเหตุการตกได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ต้องมีการวิเคราะห์ควบคู่กับด้านกายภาพและการติดต่อกับหอบังคับการบิน

อย่างไรก็ตามเมื่อพบเครื่องดังกล่าวแล้วต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและนำมาประกอบหลักฐานที่พบในที่เกิดเกตุ คาดว่าไม่เกิน 2 เดือนจะทราบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

เมื่อถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขอให้งดการบินโชว์ในวันเด็ก พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องความเป็นนักบินถือเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งและเป็นหน้าที่ คนที่เป็นนักบินจะทราบดีเรื่องการทำภารกิจคงไม่มีใครบอกว่าจะไม่ทำการบินแล้ว เพราะการบินในวันเด็กส่วนหนึ่งเป็นการทำให้เด็กได้ทราบและเกิดความภาคภูมิใจว่า กองทัพอากาศมีขีดความสามารถอย่างไรบ้าง ทำให้เด็กที่รักการบินมีความสนใจ ตนเชื่อว่าคงไม่มีผลที่จะให้เลิกบินในวันเด็ก

ส่วนการบินแสดงโชว์ในงานวันเด็กปีหน้าต้องบอกว่าเมื่อเท้าพ้นพื้นก็อันตราย ไม่ว่าจะบินภารกิจใด หรือแม้กระทั่งบินระดับธรรมดาก็อันตรายทั้งนั้น เพราะปัจจัยสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.ได้กำชับให้ทุกคนที่มีหน้าที่ไม่ว่าจะเรื่องกำกับดูแล หรือนักบินเองต้องละเอียดรอบครอบ และทำการบินด้วยความไม่ประมาท.

‘ในหลวง’ พระราชทานถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบอุทกภัย

โดยมี นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัด ตลอดจนประชาชนจำนวนมากเฝ้ารอรับเสด็จ ทั้งนี้ นายจำเริญ ได้กราบทูลถวายรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ว่า สืบเนื่องจากฝนได้ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2-7 ม.ค. 60 ทำให้พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันใน 23 อำเภอ 163 ตำบล 1,513 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 795,000 คน 248,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ยังความเสียหายต่อครอบครัวที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร การปศุสัตว์ การประมง และรวมไปถึงสิ่งสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบ “ซิงเกิลคอนมานด์” เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยจัดให้มีศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราว จัดครัวประกอบเลี้ยง แจกจ่ายถุงยังชีพ และน้ำดื่ม จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ชุดอาหารสัตว์ จัดชุดซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ จยย. แก่ราษฎร และทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในพื้นที่น้ำลดเข้าสู่สภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 15 อำเภอ ยังมีน้ำท่วมขัง 8 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด หัวไทร ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ พระพรหม ทุ่งสง และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำรัสเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ความตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรทุกคน จึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนพระองค์มาแจกถุงยังชีพ ซึ่งในเบื้องต้นมี จำนวน 1,000 ชุด จากนั้นได้พระราชทานถุงชีพแก่ผู้แทนผู้ประสบอุทกภัยผู้ชาย 10 คน และผู้หญิง 10 คน และพระราชทานถุงยังชีพให้แก่ ผวจ.นครศรีธรรมราช เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนต่อไป

ท่ามกลางความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน พร้อมพระราชทานข้าวผัดที่ทรงประกอบและปรุงด้วยพระองค์เองให้กับราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ และทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จด้วย ยังความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ในการนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยแพทย์พระราชทานมูลนิธิ พอ.สว. และหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพแก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วย.

คนนอนน้อยต้องรู้ ! แค่งีบหลับก็ช่วยให้ตื่น สดชื่นยิ่งกว่าดื่มกาแฟ

อาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าแค่ร่างกายได้งีบหลับเพียง 15-20 นาที จะช่วยให้อาการง่วงงุนอ่อนเพลียที่เป็นมาเกือบทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความสดชื่นตื่นเต็มตาได้ แต่วิธีนี้ช่วยให้สดชื่นได้จริง !

บางครั้งการนอนหลับให้เต็มอิ่มยาวนาน 7-8 ชั่วโมงก็ยังทำให้เราตื่นมาพร้อมกับอาการไม่สดชื่นได้ ยิ่งในวันไหนที่นอนน้อยอาการมึนเบลอยิ่งเล่นงานเราหนักข้อจนเกือบเสียงานเสียการกันไปใหญ่ ซึ่งหากใครกำลังเผชิญกับพลังความอ่อนเพลียอันเนื่องมาจากการอดนอนหรือนอนไม่หลับ ลองงีบกันสักช่วงเวลาสั้น ๆ สิคะ แล้วร่างกายจะรู้สึกสดชื่นตื่นตัวมากขึ้น ทว่าหากใครยังสงสัยว่าแค่งีบหลับจะมีอานุภาพมากขนาดนั้นได้ยังไง เรามีคำตอบมาให้อ่านตรงนี้แล้ว
การงีบหลับในช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถปลุกพลังในร่างกายให้เราได้มากกว่า 58% ทั้งนี้ Sara C. Mednick ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและนักเขียนหนังสือ Take a Nap ! Change Your Life ให้ข้อมูลมาว่า เพียงการงีบหลับสัก 15-20 นาทีในแต่ละครั้ง ก็สามารถรีเซตระบบการทำงานของสมองและช่วยปลุกความตื่นตัวให้ร่างกายได้ทันทีที่ลืมตาตื่น ความง่วงงุนก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง อานุภาพรุนแรงกว่ากินคาเฟอีนเป็นไหน ๆ

ทั้งนี้เหตุผลที่การงีบหลับช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นเหมือนคนได้พักผ่อนเต็มอิ่มอย่างนั้นก็เพราะว่า ก่อนที่ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอยากงีบหลับ ร่างกายเราจะรู้สึกเหมือนแบตจะหมด หรือเกิดความรู้สึกอ่อนล้าหนักมาก ดังนั้นการผล็อยหลับของเราที่แม้จะเกิดเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็สามารถทำให้ร่างกายหลับสนิทได้ทันทีเหมือนถอดปลั๊ก สมองได้ชัตดาวน์ตัวเองสักพักให้หายเหนื่อยล้า ไม่เหมือนที่เรานอนหลับยาว ๆ ตามปกติ ที่บางคนหัวถึงหมอนแล้วก็ยังนอนกระสับกระส่าย หรือรู้สึกหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืนซึ่งก็เท่ากับว่าร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การงีบหลับเพื่อปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพควรอยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 13.00-15.00 น. เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นาฬิกาชีวิตหรือวงจรการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ต้องการการพักผ่อน ร่างกายและสมองจะมีการตอบสนองช้าลง จึงเหมาะแก่การหลับลึกในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่เราจะงีบสักตื่นก็ควรเป็นที่มืด เงียบสงบ และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อช่วยให้เรางีบหลับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ้อ ! แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรงีบเพลินเกิน 30 นาทีต่อครั้งนะคะ เพราะหากเผลอหลับดิ่งลึกนานไปกว่านั้น อาจตื่นมาพร้อมกับอาการงัวเงียและมึนหัวเป็นที่สุดก็ได้