ช้างศึก ยู23 ถล่มเสือเหลืองยับ

“ช้างศึกยู23” ฟอร์มเยี่ยมไล่อัด “เสือเหลือง” มาเลเซีย 4-0 คว้าชัยเกมที่ 2 ศึกดูไบคัพ

การแข่งขันฟุตบอลดูไบ คัพ ยู-23 ณ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ นัดที่ 2 เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ทัพ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย ยู-23 ที่นัดแรกชนะ ยูเออี 2-1 ลงสนามพบ “เสือเหลือง” มาเลเซีย ที่เกมแรกเสมอ จีน 1-1 ที่สนามยูเออี เอฟเอ

เกมนี้ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ จัดทัพที่ดีที่สุดลงสนามในระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู อภิรักษ์ วรวงษ์ แนวรับ 4 คนจากขวาไปซ้าย จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, วรวุฒิ นามเวช, เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด, สุประวีณ์ มีประทัง กองกลางตัวขับเคลื่อนเกมใช้ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ตัวรุก 3 คนจากขวาไปซ้าย ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ออสการ์ คาห์ล และหน้าเป้า สิทธิโชค กันหนู
ออกสตาร์เกมช่วงแรกถือว่ารูปเกมยังสูสี จากนั้นเกมสู้มาถึงนาที 31 ไทยมาได้ลูกจุดโทษจากจังหะที่ อาหมัด ฮัซมี่ ไปทำฟาวล์ สิทธิโชค กันหนู และนายด่านมาเลเซียโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม และเป็น สิทธิโชค ที่ลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาดพาไทยออกนำ 1-0 ก่อนที่เจ้าตัวจะขอเปลี่ยนออกเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็น ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ลงมาเล่นแทน และช่วงท้ายเกมนาที 41 มาเลเซีย ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 9 คน เมื่อ มูฮัมหมัด ซาฟาวี่ โดนใบแดงไปอีกคน ก่อนจะจบครึ่งแรก ไทย ยังนำแค่ 1-0

กลับมาครึ่งหลัง นาที 50 “โค้ชโย่ง” ขยับเปลี่ยนเอา ศศลักษณ์ ไหประโคน กับ รัตนากร ใหม่คามิ ลงสนามแทน ออสการ์ คาห์ล กับ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ และถึงนาที 59 วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ ก็จ่าบอลทะลุช่องให้ ศศลักษณ์ หลุดเข้าไปยิงให้ ไทย นำ 2-0 จากนั้นนาที 65 พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษส่งบอลพุ่งเข้าตรงกลางประตูอย่างเฉียบขาดพา ไทย หนีห่าง 3-0

นาที 68 เนติพงษ์ แสนมะฮุง ถูกส่งลงสนามไปแทน วรวุฒิ นามเวช และนาที 75 ไทย มาได้ลูกจุดโทษหลัง ธนาสิทธิ์ ศิริผลา โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ และมาเลเซีย ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 8 คนหลัง อาหมัด ไคริล ไปโวยวายใส่ผู้ตัดสินจนโดนใบแดงไล่ออกไปอีกคน อย่างไรก็ตาม ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ที่รับหน้าสังหารจุดโทษกลับซัดไปติดเซฟนายด่านมาเลเซีย อย่างน่าเสียดาย และช่วงท้ายเกมนาทีสุดท้าย ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ก็มาซัดประตูปิดท้ายให้ ไทย เอาชนะ มาเลเซีย 4-0 คว้าชัยศึกดูไบคัพ 2 นัดรวด

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย ยู-23 จะลงสนามในวันที่ 26 มี.ค. พบกับ จีน เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามโปลิศ สเตเดี้ยม

ตรวจความพร้อม “ไทย” ปะทะ “ซาอุดิอาระเบีย”

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 ทีทชาตื “ไทย” จะเปิดบ้านรับมือ ทีมชาติ “ซาอุดิอาระเบีย”
ความพร้อมของทีมเจ้าบ้าน “ไทย” ของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศตัดตัว นักเตะ 5 คน ออกจากทีมชุดนี้ได้แก่ จอร์นาตา แวร์ซูรา , นูรูล ศรียานเก็ม , ธนา ชนะบุตร ,รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ขณะที่อีก 23 ขุนพล ล้วนเป็นขุนพลเก่าของซิโก้แทบทั้งหมด โดยจะมีหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาแค่คนเดียวเท่านั้น คือ วัฒนา พลายนุ่ม

11 ตัวจริงที่คาดว่า “ซิโก้” จะใช้งานในเกมนี้ น่าจะใช้ระบบ 3-4-1-2 เหมือนเกมเสมอออสเตรเลีย โดยมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา เซนเตอร์ฮาล์ฟ 3 คน ฝั่งซ้ายใช้ กรวิทย์ นามวิเศษ ขวาเป็น อดิศร พรหมรักษ์ ตรงกลางใช้ ประทุม ชูทอง
วิงแบ็กซ้ายให้ ธีราทร บุญมาทัน สวมปลอกแขนกัปตันทีม ฝั่งขวามี ทริสตอง โด โดยมี ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ วัฒนา พลายนุ่ม เป็นคู่มิดฟิลด์ตัวรับ ปล่อยให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำเกม โดยมี อดิศักดิ์ ไกรษร กับ ธีรศิลป์ แดงดา

ด้านฝั่งทีมเยือน “ซาอุดิอาระเบีย” ของเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวดัชต์ ตอนนี้เป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี พวกเขา ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 10 แต้มเท่ากับญี่ปุ่น แต่ได้เปรียบที่ลูกได้เสียที่ดีกว่า 1 ลูก ดังนั้นเกมจึงมาเพื่อเก็บสามแต้มให้ได้ และต้องเอาชนะให้ได้หลายๆลูกด้วย ถ้าอยากจะได้เปรียบเรื่องลูกได้เสีย

โดยเกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน 3 นักเตะตัวหลักอย่าง โอซามะห์ เฮาซาวี, ฮัสซัน มุอ๊าต ที่ติดโทษแบน และ ฟาฮัด อัล มูวาลัต ที่ยังไม่เต็มร้อยร้อย อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ หัวหอกตัวหลัก โมฮัมเหม็ด อัล ชาลาวี่ วัย 30 ปีจากสโมสร อัล นาสเซอร์ ผู้มีสถิติทำไป 26 ประตู จาก 28 นัดในนามทีมชาติ จะมีชื่อกลับมาล่าตาข่ายให้ทีมได้ในแมตช์นี้ หลังจากเกมที่ริยาด ไม่มีชื่อของเขาเจอกับไทย รวมไปถึงแกนหลักรายอื่นที่น่าสนใจ ไทซา อัล จัสซิม กองกลางวัย 32 ปีที่เล่นให้ทีมชาติไปแล้ว 114 นัด หรือ ยาย่า อัล เชห์รี่ มิดฟิลด์ จากอัล นาสเซอร์

วินด์เซิร์ฟซีเกมส์ มีแผนไปซ้อมล่วงหน้าที่มาเลย์

ทีมวินด์เซิร์ฟไทยมีแผนไปซ้อมที่ลังกาวีล่วงหน้า ก่อนสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่มาเลเซีย แต่เจ้าภาพคงไม่ยอมเพราะไทยเป็นคู่แข่งสำคัญ ที่จะแย่ง 2 เหรียญทอง

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการ “อาร์เอส วัน เอเชี่ยน รีกัตต้า 2017” ระหว่างวันที่ 11-16 มกราคม 2561 ที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการแข่งขันราว 3 ล้านบาท ซึ่งการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะจะมีนักกีฬาจากทวีปเอเชียมาร่วมแข่งขันจำนวนมาก และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนถึงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2561 ซึ่งรุ่นอาร์เอสวันนั้น อินโดนีเซียได้บรรจุชิงเหรียญทอง เช่นเดียวกับรุ่นอาร์เอสเอ็กซ์ ที่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ด้วย

สำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 19-31 สิงหาคมนี้ นายพัฒนา กล่าวว่า เจ้าภาพยืนยันจัดชิงชัย 2 เหรียญทองในรุ่นอาร์เอสวัน ทั่วไปชายและหญิง ซึ่งจากการแข่งขันรายการทดสอบสนามที่เกาะลังกาวี สังเวียนที่จะใช้แข่งขันจริงพบว่ามีสภาพลมเบามาก ถือว่าเข้าทางนักกีฬามาเลเซียที่ตัวเล็กและได้ลงฝึกซ้อมตลอดเวลา ส่วนไทยได้ประสานไปยังเจ้าภาพแล้วเพื่อขอส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมล่วงหน้าก่อน 1 เดือน โดยจะส่งไปเก็บตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่เจ้าภาพไม่น่าจะยอมเพราะไทยคือคู่แข่งสำคัญ

ประสานตร.ลบคลิปหญิงทะเลาะเด็กปั๊มด่วน

ผู้เสียหาย ทะเลาะเด็กปั๊ม ย่านบางเขน เข้าแจ้งความอีกหลังมือดีปล่อยคลิปสร้างความเสียหาย ชี้ เหตุจบตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว
จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิป เจ้าของจยย.ฮอนด้า แอร์เบลด ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ รุ่นใหม่ เข้าไปเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมัน โดยเด็กปั้มไม่สามารถเปิดถังน้ำมันยี่ห้อรถดังกล่าวได้ ก่อนหญิงดังกล่าวจะลงจากรถ และพยายามจะเอาเรื่องกลุ่มเด็กปั้ม แสดงความไม่พอใจที่เด็กปั้มไม่สามารถเปิดถังน้ำมันได้ ก่อนโทรไปยังสถานีตำรวจ ระบุว่าตนเองคือ “ผู้กองฝ้าย” ไปเจอกันที่ บางเขน และจะให้เด็กปั้มหลายคนเตรียมพร้อมไปให้ปากคำอีกด้วย คลิปดังกล่าวสร้างเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

ล่าสุด พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขนท้องที่เกิดเหตุเผยว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 21 มี.ค. บริเวณปั้มน้ำมันที่อยู่ตรงข้ามบิ๊กซีสะพานใหม่ แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพฯ หญิงสาวที่ปรากฏในคลิปมีอาชีพเป็นพนักงานเซลล์ขายรถบริษัทแห่งหนึ่งไม่ได้เป็นตำรวจ แต่ขณะนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวได้โทรแจ้งความกับ 191 ก่อนที่ 191 จะประสานให้เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวัน และไกล่เกลี่ยไปเรียบร้อยแล้ว

ด้าน น.ส.วรีวรรณ์ รัตนภักดี อายุ 38 ปี ซึ่งปรากฏในคลิปดังกล่าว เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตนได้เข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มดังกล่าว จากนั้นได้เดินลงมาจากรถและถามกับทางพนักงานว่าเปิดฝาน้ำมันไม่ได้ ทางพนักงานปั้ม ตอบว่าไม่ได้ และแสดงท่าทางด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพร้อมทั้งปัดมือตนออก ต่อมามีพนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับกลุ่มพนักงานว่า เมาหรือเปล่าพร้อมหัวเราะ ตนจึงโกรธมาก ตัดสินใจโทรปรึกษาเพื่อน ซึ่งชื่อผู้กองฝ้าย เพื่อนจึงบอกให้โทรแจ้งความกับ ตำรวจ ก่อนที่จะประสานไปยังสน.บางเขน ซึ่งเมื่อมาถึงสน.ก็ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและพนักงานปั้มก็ยอมรับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากระทำพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงได้ขอโทษตนเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.

ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าทำไมถึงมีคลิปปรากฏขึ้นตามที่เผยแพร่ทำให้ตนรู้สึกไม่ดี และคลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขี้นตั้งแต่แรก วันนี้จึงเดินทางเข้าแจ้งความอีกครั้ง เพื่อเอาผิดกับบุคคลที่เผยแพร่คลิปดังกล่าวเนื่องจากทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก

เบื้องต้นตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและประสานสื่อมวลชนให้ผู้เผยแพร่คลิป ลบคลิปดังกล่าวจากอินเทอร์เน็ตและห้ามส่งต่อคลิปดังกล่าว เนื่องจากสร้างความเสียหายแก่ น.ส.วรีวรรณ์