วินด์เซิร์ฟซีเกมส์ มีแผนไปซ้อมล่วงหน้าที่มาเลย์

ทีมวินด์เซิร์ฟไทยมีแผนไปซ้อมที่ลังกาวีล่วงหน้า ก่อนสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่มาเลเซีย แต่เจ้าภาพคงไม่ยอมเพราะไทยเป็นคู่แข่งสำคัญ ที่จะแย่ง 2 เหรียญทอง

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการ “อาร์เอส วัน เอเชี่ยน รีกัตต้า 2017” ระหว่างวันที่ 11-16 มกราคม 2561 ที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการแข่งขันราว 3 ล้านบาท ซึ่งการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะจะมีนักกีฬาจากทวีปเอเชียมาร่วมแข่งขันจำนวนมาก และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนถึงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2561 ซึ่งรุ่นอาร์เอสวันนั้น อินโดนีเซียได้บรรจุชิงเหรียญทอง เช่นเดียวกับรุ่นอาร์เอสเอ็กซ์ ที่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ด้วย

สำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 19-31 สิงหาคมนี้ นายพัฒนา กล่าวว่า เจ้าภาพยืนยันจัดชิงชัย 2 เหรียญทองในรุ่นอาร์เอสวัน ทั่วไปชายและหญิง ซึ่งจากการแข่งขันรายการทดสอบสนามที่เกาะลังกาวี สังเวียนที่จะใช้แข่งขันจริงพบว่ามีสภาพลมเบามาก ถือว่าเข้าทางนักกีฬามาเลเซียที่ตัวเล็กและได้ลงฝึกซ้อมตลอดเวลา ส่วนไทยได้ประสานไปยังเจ้าภาพแล้วเพื่อขอส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมล่วงหน้าก่อน 1 เดือน โดยจะส่งไปเก็บตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่เจ้าภาพไม่น่าจะยอมเพราะไทยคือคู่แข่งสำคัญ

ประสานตร.ลบคลิปหญิงทะเลาะเด็กปั๊มด่วน

ผู้เสียหาย ทะเลาะเด็กปั๊ม ย่านบางเขน เข้าแจ้งความอีกหลังมือดีปล่อยคลิปสร้างความเสียหาย ชี้ เหตุจบตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว
จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิป เจ้าของจยย.ฮอนด้า แอร์เบลด ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ รุ่นใหม่ เข้าไปเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมัน โดยเด็กปั้มไม่สามารถเปิดถังน้ำมันยี่ห้อรถดังกล่าวได้ ก่อนหญิงดังกล่าวจะลงจากรถ และพยายามจะเอาเรื่องกลุ่มเด็กปั้ม แสดงความไม่พอใจที่เด็กปั้มไม่สามารถเปิดถังน้ำมันได้ ก่อนโทรไปยังสถานีตำรวจ ระบุว่าตนเองคือ “ผู้กองฝ้าย” ไปเจอกันที่ บางเขน และจะให้เด็กปั้มหลายคนเตรียมพร้อมไปให้ปากคำอีกด้วย คลิปดังกล่าวสร้างเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

ล่าสุด พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขนท้องที่เกิดเหตุเผยว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 21 มี.ค. บริเวณปั้มน้ำมันที่อยู่ตรงข้ามบิ๊กซีสะพานใหม่ แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพฯ หญิงสาวที่ปรากฏในคลิปมีอาชีพเป็นพนักงานเซลล์ขายรถบริษัทแห่งหนึ่งไม่ได้เป็นตำรวจ แต่ขณะนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวได้โทรแจ้งความกับ 191 ก่อนที่ 191 จะประสานให้เข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวัน และไกล่เกลี่ยไปเรียบร้อยแล้ว

ด้าน น.ส.วรีวรรณ์ รัตนภักดี อายุ 38 ปี ซึ่งปรากฏในคลิปดังกล่าว เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตนได้เข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มดังกล่าว จากนั้นได้เดินลงมาจากรถและถามกับทางพนักงานว่าเปิดฝาน้ำมันไม่ได้ ทางพนักงานปั้ม ตอบว่าไม่ได้ และแสดงท่าทางด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพร้อมทั้งปัดมือตนออก ต่อมามีพนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับกลุ่มพนักงานว่า เมาหรือเปล่าพร้อมหัวเราะ ตนจึงโกรธมาก ตัดสินใจโทรปรึกษาเพื่อน ซึ่งชื่อผู้กองฝ้าย เพื่อนจึงบอกให้โทรแจ้งความกับ ตำรวจ ก่อนที่จะประสานไปยังสน.บางเขน ซึ่งเมื่อมาถึงสน.ก็ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและพนักงานปั้มก็ยอมรับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากระทำพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงได้ขอโทษตนเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.

ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าทำไมถึงมีคลิปปรากฏขึ้นตามที่เผยแพร่ทำให้ตนรู้สึกไม่ดี และคลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขี้นตั้งแต่แรก วันนี้จึงเดินทางเข้าแจ้งความอีกครั้ง เพื่อเอาผิดกับบุคคลที่เผยแพร่คลิปดังกล่าวเนื่องจากทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก

เบื้องต้นตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและประสานสื่อมวลชนให้ผู้เผยแพร่คลิป ลบคลิปดังกล่าวจากอินเทอร์เน็ตและห้ามส่งต่อคลิปดังกล่าว เนื่องจากสร้างความเสียหายแก่ น.ส.วรีวรรณ์

วอนช่วยอดีตมวยแชมป์โลก ตกเป็น “แพะ” คดีฆ่าคนตาย

“แหม่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า อดีตแชมป์มวยเยาวชนโลกคนแรกของไทยถูกจับแพะ นอนดี ๆ เขาหาว่าพี่ไปแทงคน วอนหาทนายอาสาช่วยพ้นผิดเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ 5 ปีก่อนในงานสงกรานต์ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีการทะเลาะกันของกลุ่มวัยรุ่น และแทงกันตายเกิดขึ้น ผู้ตายชื่อเพ็ชร ภรรยาผู้ตายผู้อยู่ในเหตุการณ์ชื่อแนน ในเหตุการณ์นั้นผู้ลงมือก่อเหตุมีลักษณะผมยาว ใส่เสื้อสีขาว และน้องชายผมชื่อสิงห์คือผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องหา ทั้งๆที่ผมนอนอยู่กับน้องที่บ้าน หลักฐานพยานที่เห็นเหตุการณ์ก็ทราบว่าใครเป็นคนทำ (ผู้ลงมือคือนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง)แต่ไม่มีใครกล้าเข้าให้ปากคำในชั้นศาล และไม่มีวัตถุหลักฐานที่ปรากฏเป็นลายนิ้วมือของน้องชายผมเลย
เมื่อตำรวจดำเนินคดี และมีการชี้ตัว การชี้ตัวในใบสำนวนที่ระบุไว้เป็นการชี้ตัวโดยมีผู้ต้องสงสัยคือน้องชายผมคนเดียว ซึ่งตามปกติการชี้ตัวต้องมีผู้ต้องสงสัยหลายคนที่มีลักษณะคล้ายกัน และผู้ที่ชี้ตัวก็คือน้องสาวของผู้ตาย ซึ่งตามสำนวนก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ดังนั้นผมจึงเกิดความสงสัยว่าอะไรคือความถูกต้อง อะไรคือหลักฐานมัดตัวที่แท้จริง จากนั้นเวลาล่วงเลยหลังจากเกิดเหตุมาหลายปี น้องชายผมอีกคนนึงชื่อหลิวก็ได้ติดต่อกับ น.ส.แนน (ภรรยาผู้ตาย) และน.ส.แนนก็สนทนา และขอโทษว่า ไม่ใช่สิงห์เป็นคนฆ่า ขอโทษที่ทำให้สิงห์ต้องติดคุก ขณะนี้วันที่ 8 ต.ค. 57 น้องผมติดคุกเข้าเดือนที่ 6 แล้ว และในคำให้การในสำนวนก็ระบุถ้อยคำขอโทษนี้ไว้เช่นกันแต่…ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน

“เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ผม และครอบครัวยิ่งเจ็บมากขึ้น ตลอดระยะเวลาผมทำหน้าที่หาเงินตามประสามนุษย์เงินเดือน ได้มาเท่าไรก็นำไปสู้คดี ครอบครัวผมไม่ได้ร่ำรวย และน้องชายผมก็มีลูกเล็ก 2 คนเขาเคยเป็นแชมป์มวยโลก WBC 108 ปอนด์ ชื่อ “สาริกาเล็ก กระทิงแดงยิม” ปี 2548 ครอบครัวของเราคงไม่สามารถแจกจ่ายเงินกับใครได้ สุดท้ายขอขอบคุณในน้ำใจทุกท่านที่อ่านจบ ผมไม่ต้องการให้ทุกท่านเชื่อครับ อย่างไรแล้วติดต่อสอบถามผมได้ที่ เสือ 0982523921 ขอบคุณครับ

ผู้สื่อข่าว”เดลินิวส์ออนไลน์”ได้โทรศัพท์ไปสอบถามทางคนโพสต์ข้อความดังกล่าวชื่อว่า นายอรุณ แซ่หว่าง เป็นพี่ชายของนายหรัญ แซ่หว่าง หรือ “สาริกาเล็ก กระทิงแดงยิม”ที่ตกเป็นผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำมากว่า 2 ปีแล้ว เล่าว่า เรื่องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับน้องชาย ตนได้เคยเดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนดีเอสไอแต่ไม่ได้ผล ซึ่งตนไปกับน้องชาย และเพื่อน ๆ และภรรยาน้องชายไปด้วย ตอนแรกเขาก็ตอบรับดี แต่ช่วงหลังก็เงียบไป โดยทางดีเอสไอลงพื้นที่หนึ่งครั้งจากนั้นได้เงียบหายไป จากการสอบถามทางดีเอสไอทางเจ้าหน้าที่บอกว่าหลักฐานอ่อน ในส่วนของพยาน ซึ่งเรื่องนี้ทางคนทำเขาก็ทราบว่าน้องชายตนไม่ได้ไปในคืนวันที่เกิดเหตุ และทางตำรวจในพื้นที่ก็รู้ว่าน้องชายของตนไม่ได้ทำผิด แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

DSI แถลงค้น 16 จุด วัดพระธรรมกาย ไม่พบพระธัมมชโย

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงสรุปผลการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ

พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ได้ประชุมวางแผนดำเนินการตรวจค้น โดยวันนี้มีการกำหนดเป้าหมายในการเข้าตรวจค้นพื้นที่มูลนิธิธรรมกายโซน B และโซนซีรวม 16 จุด โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการประกอบกำลังทั้ง DSI ตำรวจ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการดำเนินการตรวจค้นตามจุดต่าง ๆ ซึ่งผลการตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดปกติและบุคคลตามหมายจับแต่อย่างใด

พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า ในส่วนของตำรวจนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ร่วมปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้นำสุนัขตำรวจมาร่วมปฏิบัติการตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย ด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังตำรวจที่ใช้ยังคงอยู่ที่ประมาณ 3,000 นาย ในการดูแลรักษาพื้นที่โดยรอบวัดธรรมกาย ซึ่งพบว่า ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ ไว้ได้ไม่มีมือที่สามเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติงานจึงปรับเปลี่ยนยุทธวิธีในการดูแลความเรียบร้อยให้ดูผ่อนคลายลง

หมอโพสต์แนะ “ดีเอสไอ” เฝ้าห้อง เครื่องออกซิเจนแรงดันสูง คาด “ธัมมชโย” ต้องใช้เครื่องนี้ประจำ

ฝากแชร์ส่งข้อความให้ดีเอสไอด้วยค่ะ เมื่อตรวจพบเครื่อง hyperbaric chamber ควรยึดทันที ถ้าขนออกมาตรวจสอบไม่ได้ก็ต้องมีการปิดห้องมีคนเฝ้าไว้ ห้ามคนเข้าออก ห้ามใช้เครื่องอีก เครื่งนี้ธัมมชโยน่าจะใช้เป็นประจำ ทำให้เปอร์เซนต์ความน่าจะเป็นไปได้ว่าธัมมชโยยังอยู่ภายในวัดธรรมกาย มีสูงขึ้น…..

เครื่องนี้อันตรายตอนเข้า และตอนออกเพราะมันออกไม่ได้ทันทีต้องใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาทีถึงออกมาได้ถ้าเกิดหัวใจวายตายในนั้นเลย ตอนเข้าก็เหมือนขึ้นเครื่องบินหูอื้อ ต้องมีเจ้าหน้าที่คุมเครื่องตลอดตามไปสอบถามเจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาลที่ทำให้ น่าจะได้เรื่องแน่นอนค่ะ

Chamber ถ้าเข้าแล้วต้องเข้าตลอด ถ้าเว้นไปขาจะดำเพิ่ม ไม่เจอตัวธัมมชโยก็น่าจะตาม Chamber ไปแหละ….เจอตัวแน่ค่ะ

เพิ่มเติมข้อเสนอแนะจากคุณ Channarong Daosuwan ค่ะ

ได้โปรดนำเคริ่อง HYPERBARIC CHAMBER…ที่ไม่มีผู้ใช้ ยึดมาให้แก่ โรงพยาบาลขนาดกลางในถิ่นทุรกันดาล….ที่ขาดแคลนเครื่องมือนี้ แต่มีผู้ป่วยต้องการมากมาย……เพื่ิอแสดงเมตตาธรรมต่อ คนไทยด้วยกัน บ้าง ไม่มาก ก็น้อย……โปรดอย่าทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์.เยี่ยงนี้ กราบวอนขอร้อง

เจอหลักฐานใหม่ ศาลออกหมายจับทายาทซัมซุง


ศาลในกรุงโซลอนุมัติหมายจับ อี แจ ยอง รองประธานซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสอบสวนกรณีถูกกล่าวหาว่าจ่ายสินบนเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ (1,400 ล้านบาท) ให้กับเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปักกึนฮเย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ตอบแทนทางธุรกิจ

อี แจ ยอง วัย 48 ปีถูกควบคุมตัวไว้อยู่แล้ว หลังจากเดินทางไปรอฟังคำตัดสินของศาลว่าจะอนุมัติหมายจับหรือไม่

อัยการระบุว่าทายาทรุ่นสามของซัมซุงวัย 48 ปี เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ในคดีทุจริตอื้อฉาวเขย่าวงการธุรกิจและการเมืองเกาหลีใต้ที่นำไปสู่การลงมติถอดถอนประธานาธิบดีเกาหลีใต้หญิง เขาถูกสอบปากคำหลายครั้ง แต่รอดจากการถูกออกหมายจับมาได้ครั้งแรกเมื่อเดือนก่อน หลังศาลตัดสินว่าหลักฐานไม่มากพอ แต่ในความพยายามขอออกหมายจับครั้งที่สอง อัยการได้หลักฐานเพิ่มเติม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นและเหตุผลสำหรับการจับกุม เนื่องจากมีข้อหาและหลักฐานใหม่ที่เพิ่มเข้ามา นอกจากข้อหาสินบนแล้ว อัยการยังแจ้งข้อหายักยอก เบิกความเท็จ และปกปิดธุรกรรมสินทรัพย์ในต่างประเทศ

อี แจ ยอง เป็นผู้บริหารกลุ่มธุรกิจใหญ่ของเกาหลีใต้รายแรกที่ถูกจับกุมในกรณีอื้อฉาวเขย่าประเทศ และอาจเป็นแรงกระเพื่อมไปถึงตัวประธานาธิบดีหญิง เนื่องจากสินบนจากซัมซุง ถือเป็นข้อหาสำคัญที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งกำลังไต่สวนก่อนลงมติตัดสินว่า เห็นชอบกับมติถอดถอดผู้นำหญิงของสภาหรือไม่

ลุยจับแก๊งอ้างฝากเข้าทหาร จัดฉากตุ๋นเหยื่อสุดสมจริง


ทั้งนี้ จากการตรวจค้นเบื้องต้นสามารถจับกุมตัว นายวัฒนา เพชรปัญญา น.ส.พนิดา มหรรฆตระกูล และนายธนินพัฒน์ จันทร์เรือง เอาไว้ได้ โดย พ.ต.อ.สมพงษ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งมาเข้าร้องเรียนกับทางตำรวจกองปราบฯว่า ถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ถูกจับกุมตัวได้ในวันนี้ พร้อมกับพวก รวม 9 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทหารทำทีมาตีสนิท ก่อนอ้างตัวว่าสามารถพาฝากเข้ารับราชการทหารได้โดยไม่ต้องสอบบรรจุ แต่ต้องจ่ายเงินจำนวน 1.43 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าดำเนินการ

พ.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเหยื่อหลงเชื่อผู้ต้องหากลุ่มนี้ก็จะพาเหยื่อไปทำการฝึกอบรมที่โรงเรียนนายร้อย จปร. จ.นครนายก ก่อนจะจัดพิธีประดับยศให้กับผู้เสียหายที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นการตบตา โดยมีกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวเข้าร่วมงานในพิธีด้วยชุดแต่งกายเครื่องแบบทหารบกแบบเต็มยศเพื่อความสมจริง กว่าที่ผู้เสียหายจะทราบว่าตัวเองถูกหลอก ก็ถูกผู้ต้องหากลุ่มนี้เชิดเงินหนีไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังทราบเรื่องทางเจ้าหน้าที่ขุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ พร้อมกับหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน จ.นนทบุรี ในวันนี้ และจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 รายดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป.

พบกล่อง CSMU กริพเพน คาด 2 เดือนรู้เหตุทำไมตก


เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุ เครื่องบินขับไล่กริพเพน ประสบอุบัติเหตุตกว่า ขณะนี้ได้รับทราบจากคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุ
ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มาจากสำนักนิรภัยการบิน และกรมช่างต่าง ๆ อาทิ กรมการสื่อสารทหารอากาศ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ เป็นต้น ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้พบตัวบันทึกข้อมูลการบิน ท่าทางการบิน และการสื่อสารทางการบินของเครื่องบินขับไล่กริพเพน หรือที่เรียกว่า CSMU แล้ว ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะรู้สาเหตุการตกได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ต้องมีการวิเคราะห์ควบคู่กับด้านกายภาพและการติดต่อกับหอบังคับการบิน

อย่างไรก็ตามเมื่อพบเครื่องดังกล่าวแล้วต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและนำมาประกอบหลักฐานที่พบในที่เกิดเกตุ คาดว่าไม่เกิน 2 เดือนจะทราบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

เมื่อถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขอให้งดการบินโชว์ในวันเด็ก พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องความเป็นนักบินถือเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งและเป็นหน้าที่ คนที่เป็นนักบินจะทราบดีเรื่องการทำภารกิจคงไม่มีใครบอกว่าจะไม่ทำการบินแล้ว เพราะการบินในวันเด็กส่วนหนึ่งเป็นการทำให้เด็กได้ทราบและเกิดความภาคภูมิใจว่า กองทัพอากาศมีขีดความสามารถอย่างไรบ้าง ทำให้เด็กที่รักการบินมีความสนใจ ตนเชื่อว่าคงไม่มีผลที่จะให้เลิกบินในวันเด็ก

ส่วนการบินแสดงโชว์ในงานวันเด็กปีหน้าต้องบอกว่าเมื่อเท้าพ้นพื้นก็อันตราย ไม่ว่าจะบินภารกิจใด หรือแม้กระทั่งบินระดับธรรมดาก็อันตรายทั้งนั้น เพราะปัจจัยสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.ได้กำชับให้ทุกคนที่มีหน้าที่ไม่ว่าจะเรื่องกำกับดูแล หรือนักบินเองต้องละเอียดรอบครอบ และทำการบินด้วยความไม่ประมาท.

‘ในหลวง’ พระราชทานถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบอุทกภัย

โดยมี นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัด ตลอดจนประชาชนจำนวนมากเฝ้ารอรับเสด็จ ทั้งนี้ นายจำเริญ ได้กราบทูลถวายรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ว่า สืบเนื่องจากฝนได้ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2-7 ม.ค. 60 ทำให้พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันใน 23 อำเภอ 163 ตำบล 1,513 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 795,000 คน 248,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ยังความเสียหายต่อครอบครัวที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร การปศุสัตว์ การประมง และรวมไปถึงสิ่งสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบ “ซิงเกิลคอนมานด์” เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยจัดให้มีศูนย์อพยพพักพิงชั่วคราว จัดครัวประกอบเลี้ยง แจกจ่ายถุงยังชีพ และน้ำดื่ม จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ชุดอาหารสัตว์ จัดชุดซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ จยย. แก่ราษฎร และทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในพื้นที่น้ำลดเข้าสู่สภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 15 อำเภอ ยังมีน้ำท่วมขัง 8 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด หัวไทร ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ พระพรหม ทุ่งสง และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำรัสเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ความตอนหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรทุกคน จึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนพระองค์มาแจกถุงยังชีพ ซึ่งในเบื้องต้นมี จำนวน 1,000 ชุด จากนั้นได้พระราชทานถุงชีพแก่ผู้แทนผู้ประสบอุทกภัยผู้ชาย 10 คน และผู้หญิง 10 คน และพระราชทานถุงยังชีพให้แก่ ผวจ.นครศรีธรรมราช เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนต่อไป

ท่ามกลางความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน พร้อมพระราชทานข้าวผัดที่ทรงประกอบและปรุงด้วยพระองค์เองให้กับราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ และทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จด้วย ยังความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ในการนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยแพทย์พระราชทานมูลนิธิ พอ.สว. และหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพแก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วย.

คนนอนน้อยต้องรู้ ! แค่งีบหลับก็ช่วยให้ตื่น สดชื่นยิ่งกว่าดื่มกาแฟ

อาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าแค่ร่างกายได้งีบหลับเพียง 15-20 นาที จะช่วยให้อาการง่วงงุนอ่อนเพลียที่เป็นมาเกือบทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความสดชื่นตื่นเต็มตาได้ แต่วิธีนี้ช่วยให้สดชื่นได้จริง !

บางครั้งการนอนหลับให้เต็มอิ่มยาวนาน 7-8 ชั่วโมงก็ยังทำให้เราตื่นมาพร้อมกับอาการไม่สดชื่นได้ ยิ่งในวันไหนที่นอนน้อยอาการมึนเบลอยิ่งเล่นงานเราหนักข้อจนเกือบเสียงานเสียการกันไปใหญ่ ซึ่งหากใครกำลังเผชิญกับพลังความอ่อนเพลียอันเนื่องมาจากการอดนอนหรือนอนไม่หลับ ลองงีบกันสักช่วงเวลาสั้น ๆ สิคะ แล้วร่างกายจะรู้สึกสดชื่นตื่นตัวมากขึ้น ทว่าหากใครยังสงสัยว่าแค่งีบหลับจะมีอานุภาพมากขนาดนั้นได้ยังไง เรามีคำตอบมาให้อ่านตรงนี้แล้ว
การงีบหลับในช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถปลุกพลังในร่างกายให้เราได้มากกว่า 58% ทั้งนี้ Sara C. Mednick ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและนักเขียนหนังสือ Take a Nap ! Change Your Life ให้ข้อมูลมาว่า เพียงการงีบหลับสัก 15-20 นาทีในแต่ละครั้ง ก็สามารถรีเซตระบบการทำงานของสมองและช่วยปลุกความตื่นตัวให้ร่างกายได้ทันทีที่ลืมตาตื่น ความง่วงงุนก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง อานุภาพรุนแรงกว่ากินคาเฟอีนเป็นไหน ๆ

ทั้งนี้เหตุผลที่การงีบหลับช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นเหมือนคนได้พักผ่อนเต็มอิ่มอย่างนั้นก็เพราะว่า ก่อนที่ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะอยากงีบหลับ ร่างกายเราจะรู้สึกเหมือนแบตจะหมด หรือเกิดความรู้สึกอ่อนล้าหนักมาก ดังนั้นการผล็อยหลับของเราที่แม้จะเกิดเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็สามารถทำให้ร่างกายหลับสนิทได้ทันทีเหมือนถอดปลั๊ก สมองได้ชัตดาวน์ตัวเองสักพักให้หายเหนื่อยล้า ไม่เหมือนที่เรานอนหลับยาว ๆ ตามปกติ ที่บางคนหัวถึงหมอนแล้วก็ยังนอนกระสับกระส่าย หรือรู้สึกหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืนซึ่งก็เท่ากับว่าร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การงีบหลับเพื่อปลุกความสดชื่นให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพควรอยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 13.00-15.00 น. เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นาฬิกาชีวิตหรือวงจรการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ต้องการการพักผ่อน ร่างกายและสมองจะมีการตอบสนองช้าลง จึงเหมาะแก่การหลับลึกในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นอย่างดี นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่เราจะงีบสักตื่นก็ควรเป็นที่มืด เงียบสงบ และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อช่วยให้เรางีบหลับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ้อ ! แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรงีบเพลินเกิน 30 นาทีต่อครั้งนะคะ เพราะหากเผลอหลับดิ่งลึกนานไปกว่านั้น อาจตื่นมาพร้อมกับอาการงัวเงียและมึนหัวเป็นที่สุดก็ได้